ประธานวิปรัฐบาล เผยประธานสภาฯ เตรียมเชิญวิป 3 ฝ่ายหารือเคาะกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดวันพุธที่ 21 ต.ค. นี้

อรพรรณ ขันทองคำ

19 ต.ค. 2569 16:08 น.8 ครั้ง
แชร์LINE
ประธานวิปรัฐบาล เผยประธานสภาฯ เตรียมเชิญวิป 3 ฝ่ายหารือเคาะกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดวันพุธที่ 21 ต.ค. นี้

19 ต.ค. 69 - ประธานวิปรัฐบาล เผยประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเชิญวิป 3 ฝ่ายหารือเคาะกรอบกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดวันพุธที่ 21 ต.ค. นี้ ย้ำไม่ควรยึดติดจำนวนวัน แนะพิจารณาตามประเด็นอภิปรายเป็นหลัก เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับ พร้อมมั่นใจ 18 รัฐมนตรีชี้แจงข้อกล่าวหาได้

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการกำหนดกรอบเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรเตรียมเชิญวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และคณะรัฐมนตรี ประชุมร่วมกันเพื่อหารือกำหนดกรอบระยะเวลาและจำนวนชั่วโมงในการอภิปราย คาดว่าจะมีการหารือร่วมกันในวันพุธที่ 21 ต.ค. 69 นี้

สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปราย 5 วัน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันที่ 3 วันนั้น นายกรวีร์ะบุว่าไม่ต้องการให้แต่ละฝ่ายยึดติดเรื่องจำนวนวัน เพราะสาระสำคัญที่แท้จริงคือการมีเวลาที่เหมาะสมเพียงพอต่อการอภิปรายและตอบข้อชี้แจง แม้ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 คน และมองว่าต้องใช้เวลามากกว่า 3 วัน แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาแล้วพบว่า ประเด็นหลักมีอยู่ประมาณ 6 ถึง 7 ประเด็นที่ครอบคลุมรัฐมนตรีหลายคน เช่น ประเด็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ดังนั้น หากทุกฝ่ายนำประเด็นและเวลาที่ต้องใช้จริงมาพูดคุยกัน จะสามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวร่วมกันได้

นายกรวีร์ กล่าวต่อถึงความพร้อมของฝ่ายรัฐบาล ว่ารัฐมนตรีทั้ง 18 คน ได้ทำการบ้านและมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการตอบข้อซักถามและชี้แจงข้อกล่าวหา โดยมีความมั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน สำหรับการทำหน้าที่ของ สส.ฝ่ายรัฐบาล ยืนยันว่าไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์ใคร แต่จะดูแลการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ หากมีการอภิปรายพาดพิงจนทำให้พรรคการเมืองหรือ สส. เสียหายไม่ว่าจะเป็นพรรคใด สมาชิกย่อมมีความชอบธรรมตามข้อบังคับที่จะลุกขึ้นใช้สิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมย้ำว่าการหารือกรอบเวลาอภิปรายควรมุ่งหาข้อสรุปจากประเด็นและเวลาที่จำเป็น เพื่อให้ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายอย่างเหมาะสม และรัฐบาลมีเวลาเพียงพอในการชี้แจงข้อกล่าวหา และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะใช้เวลา 3 วัน 4 วัน หรือ 5 วัน จนกว่าทั้ง 3 ฝ่ายจะได้หารือร่วมกัน

ส่วนกรณีภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับประทานอาหารกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนทำให้ถูกจับตาทิศทางการลงมติรวมถึงทิศทางการเมืองซึ่งมีกระแสข่าวการควบรวมระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมนั้น นายกรวีร์ ระบุว่า เป็นเพียงการพบปะพูดคุยกันของบุคคลที่รู้จักและทำงานร่วมกันมาหลายปี ยังไม่มีการส่งสัญญาณทางการเมืองใด ๆ และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปถึงเรื่องการโหวต เพราะการอภิปรายยังไม่เริ่มต้นขึ้น ส่วนการควบรวมพรรคยิ่งเร็วเกินไป ต้องรอดูสถานการณ์หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของตน แต่เป็นเรื่องระหว่างทั้งสองพรรคที่จะต้องพูดคุยกันต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง