รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ กทม.เร่งเก็บขยะหลังน้ำลดภายใน 2–3 วัน พร้อมใช้ Single Command กระจายความช่วยเหลือ

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

3 ต.ค. 2569 09:38 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ กทม.เร่งเก็บขยะหลังน้ำลดภายใน 2–3 วัน พร้อมใช้ Single Command กระจายความช่วยเหลือ

3 ต.ค. 69 - รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ กทม.เร่งเก็บและกำจัดขยะในพื้นที่น้ำลด กำหนดกรอบเวลาไม่เกิน 2-3 วัน พร้อมใช้ระบบ Single Command เชื่อมโยงข้อมูลการช่วยเหลือประชาชน มองควรปฏิรูปศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ยกระดับขึ้นสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดึงผู้เชี่ยวชาญมีบทบาทตัดสินใจด้านภัยพิบัติ

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าววิทยุรัฐสภา ถึงแนวทางจัดการปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า เมื่อเข้าสู่ระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด ปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการคือการจัดการขยะที่หมักหมมมาหลายวัน โดยขอให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งเก็บและกำจัดขยะ เริ่มจากพื้นที่ที่น้ำแห้งก่อน และกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน โดยควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2–3 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาวะและสุขภาพจิตของประชาชน

นางการดี กล่าวว่า ทีมอาสาสมัครที่เคยลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน มีแผนรวบรวมอาสาสมัครจัดกิจกรรม Big Cleaning ในพื้นที่สำคัญ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว พร้อมสะท้อนจากการลงพื้นที่ว่า การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลยังเข้าไม่ถึง จึงเสนอให้ภาครัฐบริหารจัดการด้วยระบบ Single Command และเชื่อมโยงข้อมูลการร้องเรียนระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกระจายความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

สำหรับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร นางการดี ระบุว่า กรุงเทพฯ มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการน้ำที่ซับซ้อน ทั้งพื้นที่พักน้ำและอุโมงค์ยักษ์ แม้จะมีระบบแจ้งเตือนภัยระดับพื้นที่ (Local Alert) แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการแจ้งเตือนภัยและการบริหารความเสี่ยง โดยการประเมินความเสี่ยงที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ อาจส่งผลต่อความสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และการดำเนินชีวิตของประชาชน จึงควรมีการเตรียมความพร้อม ฝึกซ้อมการรับมือ และปรับปรุงระบบแจ้งเตือนและการอพยพอย่างต่อเนื่อง

นางการดี ยังเสนอให้ปฏิรูปศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติ โดยยกระดับจากหน่วยงานในระดับกรมให้ขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สามารถบูรณาการกำลังและการจัดการภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจ โดยให้การจัดการภัยพิบัติอยู่เหนือการบริหารทางการเมือง เพื่อให้การรับมือสถานการณ์เป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประเทศ

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง