นางสาวมณีรัฐ เขมะวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมเซรามิกในจังหวัดลำปางว่า ผู้ประกอบการกำลังเผชิญปัญหาการปิดกิจการและการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาต่ำ จึงเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งกำหนดมาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการรักษาชามตราไก่ ซึ่งไม่เพียงเป็นภาชนะใช้สอย แต่ยังเป็นภูมิปัญญาและอัตลักษณ์สำคัญของจังหวัด ผลิตจากดินขาวคุณภาพสูงในอำเภอแจ้ห่ม มีเอกลักษณ์จากการเขียนลวดลายด้วยมือ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตั้งแต่ปี 2556 จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจฐานราก การจ้างงานช่างฝีมือ และรายได้ของชุมชน
นางสาวมณีรัฐ กล่าวถึงสถิติน่าห่วง ว่า อุตสาหกรรมที่เคยสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดลำปางกำลังประสบวิกฤตอย่างหนัก โดยผู้ประกอบการเซรามิกที่มีอยู่เดิมกว่า 200 แห่ง ขณะนี้ต้องปิดกิจการไปแล้วมากกว่า 100 แห่ง ขณะที่โรงงานบางแห่งที่เคยมีพนักงานมากถึง 200–300 คน ปัจจุบันเหลือพนักงานเพียงไม่กี่คนและมีงานทำเพียงสัปดาห์ละ 1–2 วันเท่านั้น ส่งผลให้มูลค่ารายได้รวมของอุตสาหกรรมเซรามิกในพื้นที่ดิ่งลงจากเดิม 3,500 ล้านบาท เหลือเพียง 1,000 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 2,500 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากสินค้านำเข้าและสินค้าเลียนแบบต้นทุนต่ำ ที่นำมาตัดราคาขายเพียงใบละ 5–10 บาท ทั้งทางหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ ซึ่งตัวเลขความสูญเสียเหล่านี้สะท้อนถึงตำแหน่งงานและรายได้ของครอบครัวในชุมชนที่สูญหายไปเป็นจำนวนมาก
นางสาวมณีรัฐ กล่าวถึงข้อเสนอไปยังกระทรวงพาณิชย์ ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การคุมเข้มสินค้านำเข้าและสินค้าเลียนแบบ ขอให้ตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและลักลอบขายออนไลน์ของสินค้าเลียนแบบชามตราไก่ลำปางอย่างจริงจัง พร้อมบังคับใช้กฎหมายทางการค้าเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม พร้อมยกระดับศักยภาพและอุดหนุนทุนวิจัยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SE และ SME สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนจากการแข่งราคามาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมเปิดทางให้เข้าถึงแหล่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงส่งเสริมการตลาดและเร่งจับคู่ธุรกิจ เร่งทบทวนการจัดสรรงบประมาณจัดงาน Ceramic Fair ให้เป็นช่องทางจำหน่ายหลัก พร้อมส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งในและต่างประเทศ
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
