พรรคประชาธิปัตย์ เสนอรัฐบาลปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

2 ต.ค. 2569 12:34 น.15 ครั้ง
แชร์LINE
พรรคประชาธิปัตย์ เสนอรัฐบาลปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม ช่วยรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุน

2 ต.ค. 69 - พรรคประชาธิปัตย์ เสนอรัฐบาลจัดสินเชื่อผ่านธนาคารออมสิน วงเงิน 20,000–200,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 3 ถึง 6 เดือน ก่อนคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี พร้อมเสนอใช้ฐานข้อมูลเดิมโครงการรัฐ เร่งเยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย และให้ความช่วยเหลือครอบคลุมเครื่องมือทำมาหากิน ไม่จำกัดเฉพาะเจ้าของอาคาร

นายกรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจของพรรค แถลงข่าวเสนอแนวทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยระบุว่า แม้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังกลับไปประกอบอาชีพกำลังประสบปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน หลังขาดรายได้เกือบ 1 สัปดาห์ ขณะที่ร้านค้า ร้านอาหาร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ประกอบอาชีพได้รับความเสียหายนายกรณ์ จึงเสนอให้รัฐบาลสั่งการสถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารออมสิน จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม วงเงินตั้งแต่ 20,000–200,000 บาท โดยเสนอให้ 3 เดือนแรก หรือ 6 เดือนแรกปลอดดอกเบี้ย และหลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี พร้อมผ่อนชำระเงินต้นภายใน 2 ปี เพื่อให้ประชาชนมีเงินทุนกลับมาประกอบอาชีพและลดความเสี่ยงจากการเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ

ด้าน ดร.การดี เสนอให้รัฐบาลใช้ฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่ง ซึ่งมีข้อมูลเชิงพื้นที่และพิกัดร้านค้า มาเชื่อมต่อกับธนาคารออมสิน เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงผู้ประกอบการรายย่อยได้รวดเร็ว โดยไม่เพิ่มภาระให้ประชาชนต้องพิสูจน์ตัวตนซ้ำ พร้อมเสนอให้มาตรการเยียวยาครอบคลุมเครื่องมือทำมาหากิน เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถเข็นขายของ ไม่จำกัดเฉพาะความเสียหายของสิ่งปลูกสร้างนอกจากนี้ ทีมเศรษฐกิจ ปชป.ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามนโยบายกองทุนภัยพิบัติที่เคยหาเสียงไว้ โดยเฉพาะแนวทางใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตรวจจับข้อมูลและจ่ายเงินเยียวยา 100,000 บาท ให้เกิดขึ้นจริงและรวดเร็ว

ส่วนกรณีผู้เช่าบ้านหรือผู้พักอาศัยในแฟลต มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นแรงงานพลัดถิ่นและเป็นเพียงผู้เช่า จะได้รับความเป็นธรรมจากการจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่ นายกรณ์ระบุว่า การเยียวยาควรให้ความสำคัญกับ ตัวคนมากกว่าตัวอาคาร เนื่องจากแม้อาคารที่พักอาศัยจะไม่ได้รับความเสียหายโดยตรง แต่ผู้พักอาศัยอาจได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและเครื่องมือประกอบอาชีพ ประกอบกับผู้อาศัยบางคนเป็นเพียงผู้เช่า แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของอาคาร จึงไม่ควรยึดเฉพาะทะเบียนบ้านหรือเอกสารสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเป็นเงื่อนไขในการช่วยเหลือ

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง