ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องเกี่ยวกับการใช้รหัสแท่ง (บาร์โค้ด) และคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้ร้องเห็นว่า รหัสดังกล่าวอาจนำไปสืบทราบตัวผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนน ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ ศาลจึงพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือละเมิดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
ศาลพิจารณา ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สามารถเชื่อมโยงกับหมายเลขบัตรบนต้นขั้วได้ และหากนำบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาเชื่อมโยงกัน อาจระบุตัวผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนนได้ อย่างไรก็ตาม เอกสารทั้งสามส่วนมีขั้นตอนจัดเก็บแยกกันและมีมาตรการควบคุมการเข้าถึง ขณะที่กฎหมายกำหนดความผิดและบทลงโทษสำหรับการเปิดเผยความลับการลงคะแนน ศาลจึงเห็นว่าการเข้าถึงเอกสารเพื่อสืบทราบผลคะแนนของบุคคลเป็นไปได้ยาก
ศาลยังเห็นว่า การใช้บาร์โค้ดมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลง ควบคุมจำนวนบัตรและการจัดส่ง รวมถึงป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต มิได้มีวัตถุประสงค์โดยตรงเพื่อตรวจดูการลงคะแนนของประชาชน อีกทั้งจากพยานหลักฐานที่ไต่สวน ไม่ปรากฏหลักฐานเพียงพอว่ามีบุคคลหรือหน่วยงานนำข้อมูลไปเชื่อมโยงเพื่อสืบทราบว่าใครลงคะแนนให้ผู้ใด ศาลจึงวินิจฉัยว่าการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ศาลมีข้อสังเกตว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการจัดการเลือกตั้งในครั้งต่อไป กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรพิจารณารูปแบบบัตรที่ยังป้องกันการปลอมแปลงได้ โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่อาจเชื่อมโยงถึงตัวผู้ใช้สิทธิและผลการลงคะแนน
ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง
