นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความกังวลของประชาชนต่อปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดสตูลว่า เหตุการณ์มหาอุทกภัยในช่วงปลายปี 2568 ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดครั้งหนึ่งของชาวจังหวัดสตูล จากปรากฏการณ์น้ำป่าไหลทะลักจากเทือกเขาประจวบกับน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้จังหวัดสตูลจมอยู่ใต้น้ำยาวนานกว่า 7 วัน 7 คืน สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล จนประชาชนในพื้นที่ต่างยกให้เป็นเหตุน้ำท่วมที่หนักที่สุดในรอบ 100 ปี แม้ว่าในปี 2569 ทางจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะได้เตรียมมาตรการรับมือมรสุมลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่เหตุการณ์ฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับยิ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนว่ามาตรการเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากระบบนิเวศและทางน้ำในพื้นที่ได้เปลี่ยนสภาพไปแล้ว ทั้งปัญหาลำคลองตื้นเขินจากตะกอนสะสม และการสูญเสียทุ่งรับน้ำตามธรรมชาติ
นายพีรพัฒน์ ได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยขอให้มีการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำจังหวัดสตูล ด้วยการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวง เร่งสำรวจแนวถนนและสิ่งกีดขวางทางน้ำกรมชลประทาน และ กรมเจ้าท่า ดำเนินการขุดลอกคลองสายหลักที่ตื้นเขิน กรมโยธาธิการและผังเมือง ร่วมกับ อปท. รื้อฟื้นแนวทางน้ำหลากธรรมชาติ และจัดตั้งพื้นที่แก้มลิงชะลอน้ำอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมสตูลต้องมีแบบแผนที่ยั่งยืน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ตนในฐานะ สส. สตูล เจะเกาะติดการทำงานของหน่วยงานต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยย้ำว่า จะไม่ปล่อยให้น้ำท่วม 100 ปี กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกปีในจังหวัดสตูล
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
