วุฒิสภา เห็นชอบรายงานแก้ภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เสนอปรับกฎหมาย-ตั้งศูนย์จัดการน้ำจังหวัด

ลักขณา เทียกทอง

22 ก.ย. 2569 13:37 น.7 ครั้ง
แชร์LINE
วุฒิสภา เห็นชอบรายงานแก้ภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เสนอปรับกฎหมาย-ตั้งศูนย์จัดการน้ำจังหวัด

22 ก.ย.69 - วุฒิสภา เห็นชอบรายงานแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เสนอปรับปรุงกฎหมายทรัพยากรน้ำ ตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำระดับจังหวัด จัดทำผังน้ำชุมชน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาระบบพยากรณ์กับแจ้งเตือนภัย พร้อมส่งรายงาน ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะให้ ครม. ดำเนินการต่อ

การประชุมวุฒิสภา ที่มี พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานการศึกษาเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมี นายสุนทร เชาว์กิจค้า ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวต่อที่ประชุมว่า รายงานชี้ให้เห็นว่าปัญหาภัยแล้งมีความซับซ้อนจากทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การใช้ที่ดิน และข้อจำกัดในการบริหารจัดการน้ำ จึงควรดำเนินการทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชน ภายใต้แนวคิด หนึ่งพื้นที่ หนึ่งผังน้ำ หนึ่งศูนย์ข้อมูล หนึ่งกติกาชุมชน เพื่อให้แต่ละพื้นที่รู้ปริมาณน้ำต้นทุน ความต้องการใช้น้ำ และมีกติกาจัดสรรน้ำร่วมกัน

สำหรับข้อเสนอสำคัญของรายงานดังกล่าว ได้แก่ การปรับปรุงกฎหมายทรัพยากรน้ำให้รองรับสถานการณ์ภัยแล้ง กำหนดลำดับความสำคัญในการจัดสรรน้ำ และควบคุมการใช้น้ำเกินแผน รวมทั้งแก้ไขกฎหมายผังเมืองให้มีพื้นที่ซึมน้ำ พื้นที่สีเขียว และระบบกักเก็บน้ำในเขตเมือง ตลอดจนเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กด้านการเกษตร เสนอให้ส่งเสริมพันธุ์พืชทนแล้งและทนร้อน เกษตรแม่นยำสูง เกษตรเชิงนิเวศ ระบบประกันภัยพืชผล และกองทุนช่วยเหลือเกษตรกร พร้อมเสนอให้ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ เชื่อมโยงข้อมูลกับคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ จัดทำผังน้ำจังหวัดและผังน้ำชุมชน รวมถึงพัฒนาระบบพยากรณ์และแจ้งเตือนภัยระดับตำบลและหมู่บ้าน

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และลงพื้นที่ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการน้ำในหลายจังหวัด เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำข้อเสนอทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

ขณะที่ นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สว. อภิปรายว่าปัญหาภัยแล้งที่เกิดซ้ำสะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการแก้ปัญหาแบบแยกส่วน จึงเสนอ 3 มาตรการ ได้แก่ การจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำระดับจังหวัดและส่งเสริมโรงเรียนจัดการน้ำชุมชน การนำเทคโนโลยีและระบบแจ้งเตือนล่วงหน้ามาช่วยเกษตรกรวางแผนสำรองน้ำ และการปรับปรุงกฎหมายทรัพยากรน้ำให้การจัดสรรน้ำมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เห็นว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่การนำแผนไปปฏิบัติและการประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่ จึงเสนอให้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้หน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง สว. อภิปราย ที่ประชุมวุฒิสภาเห็นชอบด้วยกับรายงาน พร้อมทั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ และมีมติให้ส่งไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง