นายธนาธาร ประมูลพงษ์ โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการพิจารณากรณีร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ส่วนกลางและงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) หลังปรากฏข่าวว่าเจ้าหน้าที่นำรถราชการไปจอดไว้ที่บ้านพัก และอาจนำไปใช้ในภารกิจส่วนตัว โดยคณะกรรมาธิการได้เชิญผู้แทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงว่า การใช้รถส่วนกลางอยู่ภายใต้คำสั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 196/2564 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยรถราชการ โดยต้องใช้เพื่อกิจการหรือประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ห้ามใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือนำไปเก็บรักษานอกสถานที่ที่กำหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาตตามหลักเกณฑ์ สำหรับรถยนต์ 2 คันที่ปรากฏเป็นข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่าเป็นรถเช่าสำหรับภารกิจสืบสวนสอบสวน และได้รับอนุญาตให้ใช้งานต่อเนื่องเป็นรายเดือนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ภายหลังปรากฏข่าว ได้ออกหนังสือกำชับหน่วยงานในสังกัดให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแก่ข้าราชการผู้ถูกกล่าวหา
ทั้งนี้ การสอบสวนประเด็นดังกล่าวมีกรอบเวลาดำเนินการ 120 วัน และขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 180 วัน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบมูลเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะส่งเรื่องให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
นายธนาธาร กล่าต่อไปว่าคณะกรรมาธิการยังได้รับทราบความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจ่ายเงินเพื่อเข้ารับการอบรมหลักสูตรหนึ่งของสถาบันพระปกเกล้า แม้ผู้กล่าวหาจะถอนแจ้งความภายหลังได้รับเงินคืน แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และมีมติส่งบันทึกการประชุมให้ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีใช้ประกอบการสอบสวน รวมถึงพิจารณาส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
