นายธนาธาร ประมูลพงษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าชี้แจงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่พบว่ามีการกระทำความผิด และมีแนวทางตัดรายชื่อหรือให้ออกจากราชการจำนวน 3,869 ราย แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนว่า สถ.ได้ดำเนินการให้ออกจากราชการครบทั้งหมดหรือไม่ คณะกรรมาธิการฯ จึงติดตามต่อว่า หลังจากพบผู้กระทำความผิดแล้วมีมาตรการหรือแนวปฏิบัติอย่างไร รวมถึงมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบท้องถิ่นครั้งต่อไป ซึ่ง สถ.ระบุว่าจะมีการปรับมาตรการ แต่ยังต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน ด้าน ป.ป.ช. ให้ข้อมูลว่า ได้สอบปากคำพยานแล้วกว่า 700 ปาก และอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อสรุปคดีภายในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยจะแบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง นายหน้า และผู้บริหาร
นายธนาธาร กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์การตรวจสอบการสอบท้องถิ่น หลัง สถ. ระบุว่าใช้กรอบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นต้นแบบ แต่พบข้อแตกต่างในเรื่องการล็อกรหัสกระดาษคำตอบ โดยการสอบของ ก.พ. และ สตง. มีการล็อกรหัส ขณะที่การสอบท้องถิ่นไม่มีการล็อกรหัส จึงสอบถามถึงแนวทางแก้ไข แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน นอกจากนี้ ปปง. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกว่า 320 ล้านบาท และจะทำงานร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อขยายผลต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง