29 ส.ค. 69 – ประธานวุฒิสภาออกถ้อยแถลงปฏิเสธข้อกล่าวหาของประธานวุฒิสภากัมพูชา กรณีพาดพิงประเทศไทยในการประชุม ISC-2 ย้ำไทยยึดมั่นแถลงการณ์ร่วม GBC และการแก้ปัญหาชายแดน พร้อมเรียกร้องกัมพูชาร่วมสร้างความไว้วางใจ – แก้ปัญหาร่วมกัน

image

          นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ออกถ้อยแถลงทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตอบโต้กรณีสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาพาดพิงประเทศไทย ในการประชุมสภาผู้นำระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 (ISC-2) ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569 โดยปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อข้อกล่าวหาพร้อมระบุว่าไร้ซึ่งมูลความจริง ทั้งนี้ ชี้แจงว่า วุฒิสภาได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และได้นำรายงานผลการศึกษา ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา เสนอต่อรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภา เพื่อติดตามสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

         นายมงคล ระบุในถ้อยแถลงว่า ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยพึงประสงค์ โดยไทยได้ใช้ สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง และยังคงยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อแถลงการณ์ร่วมของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (General Border Committee:GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิงที่ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน พร้อมระบุว่า แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายคงการจัดวางกำลังทหารไว้ ณ ตำแหน่งปัจจุบัน โดยไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติมระหว่างรอกระบวนการปักปันเขตแดน รวมทั้งให้หลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุ การเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ และใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อลดความตึงเครียด ซึ่งประเทศไทยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมอย่างเคร่งครัด

         นายมงคล ยังระบุว่า กัมพูชาได้ใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจริงและข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงนำเสนอตนเองในฐานะเหยื่อ ซึ่งเห็นว่าเป็นการบั่นทอนความไว้วางใจและไม่เอื้อต่อการแก้ไขความขัดแย้งโดยสันติวิธีตามที่ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นไว้ในแถลงการณ์ร่วม พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ให้สอดคล้องกับข้อตกลงที่มีอยู่และกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างสองประเทศไม่ควรถูกยกระดับให้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ ไม่ควรถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง และไม่ควรบิดเบือนข้อเท็จจริง และขอเรียกร้องให้การเปลี่ยนผ่านความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาไปสู่บริบทใหม่ อยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความอดทนอดกลั้น และความจริงใจจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงขอให้กัมพูชาทำงานร่วมกับไทยเพื่อจัดการกับความท้าทายร่วมกัน เช่น ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์และการเก็บกู้วัตถุระเบิด เพื่อสร้างบรรยากาศและขับเคลื่อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้รุดหน้าต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง 

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา /ข้อมูล

เพจเฟซบุ๊กวุฒิสภา /ภาพ (แฟ้มภาพ)

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ