ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชันในประเทศไทย โดยระบุว่าปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับสินบนของบุคคล แต่ยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น การลงทุน และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกันเห็นว่า ความสุจริตและเจตจำนงของผู้นำมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของระบบตรวจสอบ หากผู้นำยึดมั่นในความโปร่งใสและพร้อมรับการตรวจสอบ จะช่วยส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติงานภายใต้หลักกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมยกตัวอย่างแนวทางจากต่างประเทศ ทั้งการให้อำนาจหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตของสิงคโปร์ดำเนินการกับผู้กระทำผิดทุกระดับ และมาตรการปราบปรามการทุจริตของจีนที่ครอบคลุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ศ.ดร.สุชาติ เสนอแนวทางปฏิบัติ จำนวน 7 ข้อ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยแก้ไขปัญหาโกงเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ได้แก่
1. ส่งเสริมให้ผู้นำและคณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบทรัพย์สิน
2. สร้างหลักประกันให้องค์กรตรวจสอบทำงานอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง
3. เร่งรัดกระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันคดีล่าช้าจนไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมารับผิดได้
4. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างให้ประชาชนตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดราคากลางจนถึงการส่งมอบงาน
5. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอย่างละเอียด โดยพิจารณาความสอดคล้องระหว่างทรัพย์สินกับรายได้ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย
6. มีกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ไม่ให้ถูกกลั่นแกล้งหรือได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยข้อมูล
และ 7. ดำเนินการติดตามและยึดทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตคืนแก่รัฐตามกระบวนการกฎหมาย
ศ.ดร.สุชาติ กล่าวว่าการแก้ไขปัญหาทุจริตต้องยึดหลักบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติระหว่างฝ่ายการเมือง พร้อมสรุปหลักสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ ผู้นำต้องสุจริต กฎหมายต้องได้รับการบังคับใช้อย่างจริงจัง องค์กรตรวจสอบต้องเป็นอิสระ และทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
เฟซบุ๊กเพจพรรคเพื่อไทย / ข้อมูล
แฟ้มภาพ