29 ส.ค. 69 - สว.นพดล เรียกร้องรัฐแก้ปัญหาขยะเกาะสมุย ไร้ระบบจัดการระยะยาว หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว แนะทำแผนแม่บทจัดการขยะ ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง คัดแยก-รีไซเคิล

 

image

        นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าเกาะสมุยเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับชาติที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ขณะเดียวกันปริมาณขยะได้เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมืองและจำนวนนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ปัญหาขยะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ปัญหาขยะเกาะสมุยไม่ใช่เพียงเรื่องขยะล้น แต่เป็นปัญหาที่ระบบจัดการขยะยังไม่มีทางออกในระยะยาว โดยพื้นที่เดิมบริเวณหมู่ 5 ตำบลมะเร็ต ซึ่งเคยใช้เป็นพื้นที่คัดแยกและเผาขยะ ปัจจุบันเป็นสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยของเทศบาลนครเกาะสมุย โดยเทศบาลฯรวบรวมขยะและขนย้ายไปกำจัดที่อำเภอเวียงสระ ซึ่งมีระยะทางไกลและต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ที่ผ่านมา เทศบาลฯ ใช้งบประมาณขนขยะตกค้างจำนวน 43,800 ตัน เป็นเงินกว่า 67 ล้านบาท และยังมีสัญญาขนขยะตกค้างอีกกว่า 156,000 ตัน วงเงิน 238 ล้านบาท โดยขณะนี้ดำเนินการขนออกไปแล้ว ประมาณ 25,800 ตัน จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลและท้องถิ่นจะต้องใช้งบประมาณในการขนขยะออกจากเกาะสมุยไปอีกกี่ปี เพราะแม้ขยะเก่าจะทยอยขนออก แต่ขยะใหม่ยังเกิดขึ้นทุกวัน หากยังแก้ปัญหาด้วยการขนไปกำจัดเพียงอย่างเดียว ปัญหาจะไม่สิ้นสุดและกลายเป็นภาระงบประมาณในทุกปี

        นายนพดล กล่าวด้วยว่า ปัญหาขยะยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาเคยมีคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาขยะ กลิ่นเหม็น และแหล่งน้ำ อีกทั้งยังพบข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำที่มีค่าออกซิเจนละลายในน้ำต่ำกว่ามาตรฐาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะหากการกำจัดขยะไม่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริเวณกองขยะ แต่อาจขยายไปถึงคลอง ชายหาด และทะเล ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญและหัวใจของการท่องเที่ยวเกาะสมุย จึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาลนครเกาะสมุย จัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะระยะยาว พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน รวมทั้งเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการฟื้นฟูหรือปรับปรุงโรงกำจัดขยะเดิมบริเวณตำบลมะเร็ตให้กลับมาใช้งานได้ หากไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ ควรเร่งพัฒนาระบบกำจัดขยะรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับพื้นที่โดยเร็ว นอกจากนี้ เห็นว่าต้องให้ความสำคัญกับการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร ตลาด และธุรกิจท่องเที่ยว ควบคู่กับการส่งเสริมการคัดแยกขยะ การรีไซเคิล และการจัดการขยะอาหารหรือขยะอินทรีย์ เนื่องจากขยะอาหารในพื้นที่เกาะสมุยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 30 ของขยะมูลฝอยทั้งหมด

        นายนพดล กล่าวย้ำว่า วันนี้เกาะสมุยอาจมีงบประมาณสำหรับการขนขยะออกจากพื้นที่ แต่สิ่งที่เกาะสมุยต้องการอย่างแท้จริงคือ ระบบจัดการขยะที่ยั่งยืน ซึ่งต้องสามารถลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง มีระบบกำจัดที่เหมาะสม และลดการใช้งบประมาณในการขนขยะออกจากเกาะในระยะยาว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงให้กับภาคการท่องเที่ยวของเกาะสมุยต่อไป

อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ