10 ก.ค.69 - สส.จักพันธ์ พรรคกล้าธรรม ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติพื้นที่รอยต่อ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่กว่า 143 ไร่ หลังพนักงานสอบสวนและอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

image

        นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคกล้าธรรม หารือถึงกรณีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ประกอบกิจการเหมืองหิน ตำบลเขากะปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี แม้ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจะร่วมกันตรวจสอบและพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรวมประมาณ 143 ไร่ และภายหลังการตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 หน่วยงานป่าไม้ได้มีคำสั่งพักใช้หนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่จำนวน 85 ไร่ แต่ยังมีข้อสงสัยของประชาชนต่อเหตุผลในการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ทั้งที่ผลการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐระบุว่าพบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

        นายจักพันธ์ กล่าวต่อไปว่า จากกรณีดังกล่าวตนมีข้อสังเกต 4 ประเด็น ได้แก่ เหตุผลทางกฎหมายที่นำไปสู่คำสั่งไม่ฟ้อง ความล่าช้าในการดำเนินการของหน่วยงานป่าไม้ กรณีการนำเอกสารราชการไปใช้ประกอบการขอยกเลิกคำสั่งพักใช้หนังสืออนุญาต และความเป็นไปได้ในการประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจสอบ เนื่องจากเป็นคดีที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรของรัฐเป็นมูลค่าสูง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการตั้งข้อสังเกตดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและความโปร่งใสในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยหลังจากนี้จะเสนอเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในรายละเอียดต่อไป

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ