10 ก.ค. 69 - คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พิจารณางบฯ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ - รับฟังแผนขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมซักถามงบวิจัย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การผลิตแพทย์ และการผลักดันไทยสู่ medical hub 

image

          นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นประธานการประชุมคณะ กมธ. เพื่อพิจารณา มาตรา 13 งบประมาณของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีหน่วยรับงบประมาณกลุ่มแรกเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำหรับกองทุนเพื่อการพัฒนาการอุดมศึกษา กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

           โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นำเสนอภาพรวมโครงสร้างกระทรวง ซึ่งมีหน่วยงานในกำกับรวม 101 หน่วยงาน ประกอบด้วย หน่วยงานในกำกับ 4 แห่ง องค์การมหาชน 8 แห่ง รัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง ส่วนราชการ 4 แห่ง กองทุน 2 กองทุน และสถาบันอุดมศึกษา 83 แห่ง พร้อมรายงานผลการดำเนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยได้รับงบประมาณ 161,926.9998 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานสำคัญครอบคลุมทั้ง การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย การถ่ายทอดองค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐานผ่านอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและศูนย์บ่มเพาะในสถาบันอุดมศึกษา การจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัย 13 แห่ง และการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ขณะที่งบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวง อว. ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 149,826.4685 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณที่ผ่านมา 12,100.5313 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.47 มีแผนดำเนินงานเพื่อส่งเสริม innovation ecosystem มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมทั่วประเทศ ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ด้วยนวัตกรรม วางรากฐาน semiconductor thailand เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมชิปและอิเล็กทรอนิกส์ ขับเคลื่อนประเทศด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีขั้นสูง ลงทุนในเทคโนโลยีแนวหน้า ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง เทคโนโลยีป้องกันประเทศ และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ขับเคลื่อนเทคโนโลยีป้องกันการคอร์รัปชัน มุ่งสู่ดิจิทัล government พัฒนาระบบ portal กลางให้บริการประชาชน และพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก

           ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ กมธ. ซักถามและเสนอข้อคิดเห็น โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ระบุว่า งบประมาณของกระทรวง อว. มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แม้เข้าใจสถานการณ์ที่งบประมาณถูกปรับลดลงกว่า 7.5% จากภาวะเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านงบประมาณของรัฐบาล แต่เห็นว่าควรพิจารณาการจัดสรรงบประมาณในแต่ละด้าน โดยเฉพาะงบวิจัยและพัฒนาที่ควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น นายยุทธนา ศรีตะบุตร เสนอให้ขยายโครงการ Pre-degree ไปยังภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนค้นพบศักยภาพของตนเองตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา พร้อมยกตัวอย่างผู้เรียนด้านกฎหมายที่สามารถเรียนควบคู่กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง และต่อยอดสู่การศึกษาระดับเนติบัณฑิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

          ด้านนายอนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ แสดงความห่วงใยต่อความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและการสนับสนุนกองทุนสำหรับนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสอบถามถึงแนวทางการนำผลงานวิจัยและสิทธิบัตรไปใช้ประโยชน์ การเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่สาธารณะ และการยกระดับการให้บริการทางวิทยาศาสตร์ให้ได้มาตรฐานสากล และนางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สอบถามความคืบหน้าการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนและการกระจายแพทย์ รวมถึงความก้าวหน้าของโครงการผลิตแพทย์เพิ่ม เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น medical hub ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ