14 มิ.ย. 69 - สส.รัดเกล้า พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องกระทรวงการคลังและกระทรวงแรงงานเร่งปรับปรุงสวัสดิการและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม หลังได้รับร้องเรียนคู่สมรสเพศเดียวกันในหน่วยงานรัฐยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้ พร้อมขอคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและเสนอรัฐบาลตรวจสอบการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ

image

        นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ในช่วงเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ว่า ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ในการรับรองความรักของคนทุกเพศผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อต้นปี 2568 ซึ่งตนเองในฐานะอดีตกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้มานานกว่า 1 ปี ตนกลับยังได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มผู้เดือดร้อน ซึ่งเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กว่า 50 คน ที่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิในการรักษาพยาบาลของคู่สมรสได้

        นางรัดเกล้า กล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายสมรสเท่าเทียมประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2567 และตามบทเฉพาะกาลจะต้องมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน ซึ่งก็คือตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นมา สิทธิของประชาชนไม่ควรต้องรอความล่าช้าจากระบบราชการหรือระเบียบภายในของหน่วยงานเด็ดขาด ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว ตนขอตั้งคำถามไปยังกระทรวงการคลัง และกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลสวัสดิการของข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มแรงงาน ว่าเหตุใดสวัสดิการและระเบียบต่าง ๆ จึงยังไม่มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับกฎหมาย และขอให้ทั้งสองกระทรวงชี้แจงกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ติดขัดในขั้นตอนใด จะแก้ไขเสร็จสิ้นเมื่อใด และจะมีมาตรการเยียวยาย้อนหลังให้กับผู้ที่เสียสิทธิ์อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง เพื่อไม่ให้ความเท่าเทียมทางเพศที่ประเทศไทยภาคภูมิใจและประกาศต่อสังคมโลก กลายเป็นเพียงแค่ตัวหนังสือที่อยู่บนแผ่นกระดาษโดยไม่มีการปฏิบัติจริง

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ