10 มิ.ย. 69 - สว.ปริญญา รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาการบริบาลและสุขภาพประเทศ เรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาการจัดสรรเงินกู้ กยศ. หลังหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาลและดูแลผู้สูงอายุได้รับโควตากู้เพียง 7 คนต่อสถาบัน 

image

          นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาการบริบาลและสุขภาพประเทศไทย กรณีปัญหาการจัดสรรเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สำหรับผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาลและสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนทางการศึกษาได้
          นายปริญญา กล่าวว่า เข้าใจข้อจำกัดด้านงบประมาณของ กยศ. แต่พบว่าหลักสูตรระยะสั้นของโรงเรียนบริบาล ซึ่งใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน และเป็นการกู้ยืมในระยะเวลาสั้นกว่าหลักสูตรทั่วไป กลับได้รับการจัดสรรสิทธิ์กู้ยืมในจำนวนจำกัด โดยบางสถาบันได้รับโควตาเพียง 7 คนเท่านั้น
          ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้หารือกับ กยศ. หลายครั้ง เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการจัดสรรงบประมาณ เนื่องจากมองว่าเป็นการจำกัดโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุยังเป็นที่ต้องการอย่างมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
          นายปริญญา ระบุว่า นักเรียนจำนวนไม่น้อยมีความประสงค์จะเข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ กยศ. อีกทั้งผู้กู้ในหลักสูตรระยะสั้นยังสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานได้รวดเร็ว และชำระคืนเงินกู้ได้ภายในระยะเวลาไม่นาน จึงเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามหลักความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อให้คนไทยที่ต้องการเรียนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างแท้จริง
          ด้านนายสงกรานต์ วงษ์ธรรม นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาการบริบาลและสุขภาพประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีนักเรียนในหลักสูตรระยะสั้นด้านการบริบาลและสุขภาพกว่า 700 คน ที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ กยศ. ได้ เนื่องจากการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการจริง
          นายสงกรานต์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และ กยศ. เพื่อขอให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณ แต่ได้รับคำชี้แจงว่าสามารถจัดสรรสิทธิ์กู้ยืมได้เพียง 7 คนต่อสถาบันทั่วประเทศ
          พร้อมกันนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่า 14 ล้านคน ขณะที่สถานพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และสถานประกอบการด้านสุขภาพ ยังคงมีความต้องการบุคลากรด้านการบริบาลจำนวนมาก การสนับสนุนให้เยาวชนเข้าถึงการศึกษาในหลักสูตรระยะสั้นจึงเป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณไม่สูง และสามารถสร้างกำลังคนเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างรวดเร็ว
          นายสงกรานต์ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแล กยศ. เร่งพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหา เนื่องจากหากพ้นกำหนดในเดือนมิถุนายนนี้ นักเรียนจำนวนมากอาจหมดสิทธิ์เข้าถึงเงินกู้และสูญเสียโอกาสทางการศึกษา
          ขณะที่นายปริญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้นสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้มากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติยังพบข้อจำกัดด้านการจัดสรรงบประมาณ จึงอยากให้รัฐบาลกลับมาทบทวนแนวทางดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพแรงงานผ่านหลักสูตรระยะสั้นอย่างจริงจัง
          พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้มีการติดตามปัญหาการเข้าถึงเงินกู้ กยศ. ในทุกระดับการศึกษา ไม่เฉพาะหลักสูตรระยะสั้นเท่านั้น เพื่อให้กองทุนสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ