นายนพดล อินนา ประธานกรรมการที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของวุฒิสภาและประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ในวาระการเชิญคณะเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยจาก 12 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต เวียดนาม จีน ลาว เกาหลี บรูไน และสิงคโปร์ มารับฟังสรุปรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ
นายนพดล กล่าวว่า วาระการเชิญในวันนี้ เพื่อชี้แจงเหตุผลที่วุฒิสภามีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับ ขณะเดียวกันจะชี้แจงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบด้านพรมแดนและทรัพยากรทับซ้อน ทั้งทางบกและทางทะเลของไทย ตลอดช่วง 25-26 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นำไปสู่เหตุปะทะครั้งใหญ่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมยกกรณีพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งไทยถือครองมาตั้งแต่ปี 2522 ภายหลังสงครามในกัมพูชา โดยในช่วงนั้นประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาหลายแสนคน ทั้งอาหาร ยารักษาโรค และการคุ้มครองในค่ายพักพิง ก่อนจะเกิดปัญหาการยึดครองพื้นที่ต่อเนื่องจนถึงก่อนเหตุการณ์ชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568
นอกจากนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้ง 7 จังหวัดชายแดนไทย ได้แก่ ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เพื่อประเมินผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงประเด็นด้านอธิปไตยและความมั่นคง พร้อมยืนยันว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับเหตุผลสำคัญในการเสนอให้ยกเลิก MOU 2543 มี 6 ประเด็น ได้แก่ การที่เส้นเขตไหล่ทวีป พ.ศ. 2515 ของกัมพูชาถูกมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยของไทย รวมถึงแผนที่เขตแดนทางบกที่จัดทำขึ้นภายใต้ MOU 2543 ไม่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญกัมพูชา ปี 1993 อีกทั้งสถานการณ์ชายแดนหลังเหตุปะทะปี 2568 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จนกรอบการเจรจาภายใต้ MOU เดิมไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด
ส่วนเหตุผลสำคัญในการยกเลิก MOU 2544 มี 7 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การที่กัมพูชาแสดงเจตนาชัดเจนว่าจะไม่ปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลปี 2544 กรอบการเจรจาไม่สามารถนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ รวมถึงปัจจัยทางการเมืองและสังคม ตลอดจนการขาดความจริงใจจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการเจรจาระหว่างสองประเทศ
นายนพดล ยังเน้นย้ำถึงแนวทางการดำเนินงานด้านการทูตรัฐสภาเชิงรุกว่า หลังจากนี้จะเริ่มสร้างความเข้าใจกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจาอาเซียนบวกสาม (ASEAN+3) ก่อน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประเทศเพื่อนบ้าน มุ่งป้องกันการบิดเบือนข้อมูล และผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง