21 เม.ย. 69 - สว.สุทนต์ เรียกร้องรัฐบาลเร่งจัดทำกฎหมายกำกับบริการสื่อ OTT หลังพบคนไทยเข้าถึงกว่า 26 ล้านคน แต่ยังขาดมาตรการดูแลที่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการละเมิดลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น

image

          นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภา ถึงปัญหาความล่าช้าในการกำกับดูแลบริการสื่อสมัยใหม่ ประเภทแพลตฟอร์ม OTT ปัจจุบันได้กลายเป็นสื่อกระแสหลักของคนไทย ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีคนไทยกว่า 26 ล้านคน เข้าถึงบริการเหล่านี้และใช้เวลาเข้าชมรวมสูงถึง 1.4 พันล้านชั่วโมงต่อเดือน ในขณะที่มูลค่าทางการตลาด OTT มีกำลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะสูงถึง 1,000 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2571 แต่กลับพบว่าประเทศไทยยังตกอยู่ในภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ภัยคุกคามต่อเด็กและเยาวชน การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แพลตฟอร์มแบบฟรีและเสียค่าสมาชิก ยังขาดมาตรฐานในการจัดระดับความเหมาะสมที่เป็นเอกภาพ รวมถึงประเด็นสื่อลามกอนาจาร ที่พบว่าร้อยละ 54 ของเด็กและเยาวชนเคยพบเห็นสื่อลามกออนไลน์ และร้อยละ 60 เป็นสื่อที่แสดงโดยเด็กเอง 

          นายสุทนต์ กล่าวอีกว่า ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงไทยเพิ่มสูงขึ้น จากร้อยละ 39 ในปี 2566 เป็นร้อยละ 61 ในปี 2567 คาดการณ์ว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงหมื่นกว่าล้านบาทต่อปี เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ยังขาดประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการจัดการกับผู้กระทำความผิด และการเอาเปรียบผู้บริโภค ผู้ประกอบการอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย แทรกโฆษณาในแพ็กเกจที่ระบุว่า ไม่มีโฆษณา โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า มีการนำรายการจากทีวีดิจิทัลไปเผยแพร่ต่อ เพื่อหาประโยชน์จากการแทรกโฆษณาเพิ่มเติม

          นายสุทนต์ จึงเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามแนวทางสากลทั่วไป โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งนิยามและจัดทำกฎหมายเฉพาะที่กำหนดขอบเขตของการให้บริการ OTT ให้ชัดเจน และดึงผู้ให้บริการทั้งไทยและต่างประเทศเข้าสู่ระบบการแจ้งประกอบกิจการหรือรับใบอนุญาต เพื่อให้สามารถกำกับดูแลได้จริง รวมถึงกำหนดมาตรฐานเนื้อหาและโฆษณาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรฐานคุ้มครองผู้เยาว์และการเข้าถึงผู้พิการ เช่นเดียวกับกฎหมาย AVMSD ของยุโรป เป็นกฎหมายที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการและควบคุมการให้บริการสื่อสารภาพในยุโรป ตลอดจนบูรณาการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายให้ทำงานร่วมร่วมกันทั้งในด้านงบประมาณและเทคโนโลยี เพื่อกำจัดเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ และเนื้อหาอันตรายอย่างทันท่วงที 

          อย่างไรก็ตาม หากไม่รีบปิดช่องว่างทางกฎหมายนี้ ไม่เพียงแต่จะเสียโอกาสในการผลักดัน soft power ของไทยสู่ระดับโลกเท่านั้น แต่กำลังปล่อยให้ลูกหลานและเศรษฐกิจของชาติเผชิญกับภัยคุกคามที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ไร้เกาะป้องกัน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้เป็นวาระสำคัญ

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ