24 มี.ค. 69 - สว.พละวัต เสนอรัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือ SME หลังต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น ชี้เป็นภาคส่วนหลักด้านการจ้างงาน หากได้รับผลกระทบจะลุกลามต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

image

          นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับสถานการณ์ความอยู่รอดของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ภายหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยระบุว่า SME เป็นกลไกหลักของการจ้างงานในประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของการจ้างงานทั้งหมด ประกอบกับข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนว่าปัจจุบันมีการเลิกจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7 ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่กดดันต่อเนื่องจากหลายวิกฤตที่ผ่านมา และสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน อาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ของ SME ให้รุนแรงมากขึ้น
          นายพละวัต ระบุว่า หากเกิดการเลิกจ้างในวงกว้าง จะส่งผลให้รายได้ของประชาชนลดลง กระทบต่อการบริโภค และนำไปสู่ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมในลักษณะลูกโซ่ สำหรับข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไข เห็นว่าภาครัฐควรเร่งดำเนินมาตรการพยุงการจ้างงาน โดยให้กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมพิจารณาลดอัตราเงินสมทบควบคู่กับเงื่อนไขการรักษาการจ้างงาน รวมถึงออกมาตรการลดชั่วโมงการทำงาน พร้อมชดเชยรายได้บางส่วนแก่ลูกจ้าง เพื่อลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการก่อนตัดสินใจเลิกจ้าง นอกจากนี้ ควรเชื่อมโยงสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 และมาตรา 40 โดยอัตโนมัติ เพื่อให้แรงงานที่ออกจากงานยังคงได้รับสิทธิการรักษาพยาบาล และมีเงินช่วยเหลือระยะสั้น พร้อมเชื่อมต่อกับระบบจัดหางาน เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบแรงงานได้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME เสนอให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างตรงจุด เช่น การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเฉพาะกลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคเกษตร ในอัตรา 3 - 5 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการลดค่าไฟฟ้าและภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น
          นายพละวัต ยังกล่าวเสนอให้ภาครัฐและสถาบันการเงินเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SME ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในอัตราร้อยละ 0 - 2 การพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 6 - 12 เดือน และการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่ยังมีศักยภาพ เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องลดการจ้างงาน ในระยะกลางและระยะยาว เห็นว่ารัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างต้นทุนของ SME โดยสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก เช่น โซลาร์รูฟท็อป และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการตรึงค่าไฟฟ้าในกลุ่ม SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความผันผวนในอนาคต
          นอกจากนี้ ย้ำว่า SME เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย หากได้รับผลกระทบจนล้มลง จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ