ที่ประชุมวุฒิสภา รับทราบรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการศึกษาปัจจัยแห่งความสำเร็จและความล้มเหลวของการขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตราด - สงขลา ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วโดยมี นายวัชริศมิ์ ลีละวัฒน์ อนุกรรมาธิการด้านการคลังให้ข้อมูลว่า การศึกษาดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (SEZ) จังหวัดตราดและสงขลา ภายใต้แนวคิดหลักในการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับจังหวัดตราด ครอบคลุมพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ การค้าชายแดน และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกงของกัมพูชา ซึ่งมีอุตสาหกรรมแรงงานเข้มข้นรองรับฐานการผลิตของไทย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบ ได้แก่ ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ Golden Gateway โดยภาคเอกชน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและท่าเรือน้ำลึกที่รองรับระบบโลจิสติกส์ รวมถึงข้อจำกัดด้านความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และสถานการณ์ชายแดน
นายวัชริศมิ์ กล่าวว่าสำหรับพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐเกอดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนขนาดใหญ่ของอาเซียนตอนใต้ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและด่านพรมแดนที่พร้อมแต่ยังพบข้อจำกัดสำคัญ เรื่องความล่าช้าในการพัฒนา เห็นได้จากระยะเวลาช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พัฒนาได้เพียง 926 ไร่ จากพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติกว่า 300,000 ไร่ ส่งผลให้การลงทุนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขาดความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ และพื้นที่บางส่วนไม่เหมาะสมต่อการพัฒนา ขณะที่ท่าเรือสงขลายังมีศักยภาพแข่งขันต่ำเมื่อเทียบกับท่าเรือปีนังของมาเลเซีย
ด้าน นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ เสนอแนวทาง LEAP เพื่อยกระดับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ได้แก่
L (Leadership in ASEAN) มุ่งสู่ความเป็นผู้นำเศรษฐกิจในอาเซียน โดยเชื่อมโยงระดับนานาชาติ
E (Ease of Doing Business) ปรับปรุงขั้นตอนการนำเข้า–ส่งออก และสิทธิประโยชน์การลงทุน
A (Architecture) เลือกพื้นที่และอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สอดคล้องกับศักยภาพ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และ
P (Performance) กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน และมีระบบติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาหลายคนอภิปรายเสนอแนะเพิ่มเติม โดย นายมังกร ศรีเจริญกูล เสนอให้ขยายการศึกษาไปยังความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ขณะที่ นายชูชีพ เอื้อการณ์ เห็นว่ารายงานดังกล่าวสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการขาดยุทธศาสตร์ตั้งแต่ต้น และการที่ผู้ประกอบการ SMEs ยังเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์ ด้าน นายจำลอง อนันตสุข ชี้ว่าการค้าชายแดนเป็นจุดแข็งของประเทศไทย และควรนำข้อเสนอไปพัฒนาต่อยอดในระดับนโยบาย เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง