นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ อาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น โดยยกกรณีผู้สูงอายุวัย 74 ปี ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่เกือบตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้ถอนเงินสดจำนวน 5 ล้านบาท ไปมอบให้คนร้าย สะท้อนถึงกลวิธีปัจจุบันที่กลุ่มมิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ จากเดิมที่เน้นการหลอกโอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน มาเป็นการใช้จิตวิทยาข่มขู่เหยื่อให้ถอนเงินสดออกจากบัญชี เพื่อตัดเส้นทางการเงิน ทำให้การตรวจสอบและอายัดทรัพย์ทำได้ยากขึ้น ทั้งนี้ เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเปรียบเสมือนการสร้าง หลุมดำทางการเงิน ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของระบบป้องกันภัยทางการเงินในปัจจุบัน
นางสาวภิญญาพัชญ์ จึงเสนอ 2 มาตรการเร่งด่วนต่อภาครัฐ ประการแรก การกำหนด Check-point สำหรับการถอนเงินสดจำนวนมาก โดยให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสมาคมธนาคารไทย ร่วมกันออกแนวปฏิบัติที่เข้มงวด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น การยืนยันตัวตนเพิ่มเติม หรือการติดต่อบุคคลใกล้ชิดก่อนทำรายการ ประการที่สอง การกวาดล้างซิมเถื่อนและซิมม้า โดยให้กำกับดูแลผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์อย่างจริงจัง เพื่อคัดกรองหมายเลขต้องสงสัยจากต่างประเทศ และปิดช่องทางการติดต่อของกลุ่มมิจฉาชีพ พร้อมย้ำว่า ประชาชนไม่ควรต้องฝากความหวังไว้กับโชคชะตาหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งสร้างระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องทรัพย์สินของประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลลวงทางไซเบอร์ในอนาคต
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง