ที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายวุฒิสภาในคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ตามข้อบังคับ ด้วยได้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายวุฒิสภาในคณะ ก.ร. ครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 จำนวน 2 คน คือ พลอากาศเอก ชนัท รัตนอุบล และพลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เป็นผลให้ตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายวุฒิสภาว่างลงจำนวน 2 ตำแหน่ง ซึ่งวุฒิสภาจะต้องเลือกผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวภายใน 45 วัน นับแต่วันเปิดสมัยประชุมรัฐสภาตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554
ประธานวุฒิสภา แจ้งให้สมาชิกวุฒิสภาเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. 2554 เพื่อเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเปิดรับเสนอชื่อระหว่างวันที่ 2 - 13 มีนาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ ตามประกาศรัฐสภาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายวุฒิสภาในคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 4 ราย ได้แก่ พลเรือเอกสุรศักดิ์ ศรีอรุณ นายวิเชียร พุฒิวิญญู นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ และนายอนุพร อรุณรัตน์
จากนั้น นายพิชาญ พรศิริประธาน สมาชิกวุฒิสภา ได้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผู้ได้รับการเสนอชื่อ จำนวน 15 คน ประกอบด้วยผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ 12 คณะ คณะละ 1 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา 3 คน กำหนดระยะเวลาดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีมติแต่งตั้ง ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับที่ 105 ซึ่งกำหนดให้วุฒิสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่เกิน 15 คน เพื่อตรวจสอบประวัติและรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง