10 มี.ค.69 – กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ติดตามความคืบหน้าโครงการด้านแหล่งน้ำสำคัญ 3 โครงการ ในจังหวัดพังงาและจังหวัดนครพนม พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้ทันต่อความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการเตรียมรับมือฤดูแล้งและการสนับสนุนภาคการเกษตร

image

  น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน รองโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมาธิการประจำสัปดาห์ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการจัดสรรและการบริหารงบประมาณในโครงการแหล่งน้ำสำคัญหลายโครงการ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการดำรงชีพของเกษตรกร โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนภาคการเกษตรของประเทศ การมีอ่างเก็บน้ำและระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม แต่ยังช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืนตลอดทั้งปี สำหรับโครงการที่ 1 คณะกรรมาธิการได้ติดตามความคืบหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำลำรูใหญ่ จังหวัดพังงา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อเร่งรัดการดำเนินงาน กรมชลประทานชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณปี 2569 จำนวน 136 ล้านบาท สำหรับงานก่อสร้างและควบคุมงาน โดยมีกรอบเวลาสำคัญคือการได้รับอนุญาตดำเนินการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ในส่วนของขั้นตอนทางกฎหมาย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะดำเนินการปรับปรุงพิกัดแผนที่ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 เมษายน 2569 ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพิกถอนพื้นที่อุทยานภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา จะรวบรวมเรื่องเสนอกรมป่าไม้ภายในวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้โดยไม่ล่าช้า

  น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อถึงการพิจารณาโครงการที่ 2 ประตูระบายน้ำลำน้ำเมา อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่ารวม 427.35 ล้านบาท อยู่ในระบบ Thai Water Plan และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว โครงการดังกล่าวจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2570 จำนวน 85.47 ล้านบาท และคาดว่าจะช่วยเพิ่มพื้นที่ชลประทานและศักยภาพการผลิตทางการเกษตรในพื้นที่อำเภอศรีสงครามอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ที่ประชุมเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำ ราคากลางและแบบแปลนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการระยะที่ 2 ต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2570 

  นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ติดตาม โครงการที่ 3 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์หนองเครือเขาและพื้นที่ต่อเนื่องในชุมชนบ้านแพง จังหวัดนครพนม ซึ่งพบว่าโครงการประสบปัญหาความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณ แม้ก่อนหน้านี้จะได้รับงบประมาณสำหรับการศึกษาและวางโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้นแล้ว แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องในปี 2569 ส่งผลให้การพัฒนาพื้นที่หยุดชะงัก คณะกรรมาธิการจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ท้องถิ่นจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และเทศบาลตำบลบ้านแพง เข้าหารือ โดยมีข้อสรุปว่าจะเร่งจัดทำแบบและราคากลาง พร้อมเสนอข้อมูลทั้งหมดต่ออธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อผลักดันให้โครงการได้รับการบรรจุในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมและอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อประสานการดำเนินงานร่วมกันให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

  น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวย้ำว่า คณะกรรมาธิการเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นการติดตามการใช้งบประมาณจึงต้องมุ่งให้เม็ดเงินของรัฐเข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและภาคการเกษตร พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมาธิการจะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกโครงการดำเนินไปตามเป้าหมายและเกิดความคุ้มค่าสูงสุดต่อประเทศ

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ