นายภัชริ นิจสิริภัช เหรัญญิกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึงวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันและภาระค่าครองชีพของประชาชน ว่า ในสถานการณ์ที่ผันผวนเช่นนี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันใช้มาตรการแบบเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขเพื่อประคองเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ รัฐบาลควรพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงขนาดใหญ่ลงอย่างต่อเนื่องเพื่อลดภาระโดยตรงแก่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันในฝั่งของโครงสร้างราคานั้น การปรับขึ้นราคาหน้าปั๊มในระดับที่เหมาะสมและสะท้อนความเป็นจริงบ้างควบคู่ไปกับการควบคุมของภาครัฐ จะช่วยลดภาระการแบกรับงบประมาณที่เกินตัวของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ระบบกองทุนยังคงมีเสถียรภาพในการรับมือกับวิกฤตในระยะยาว
นอกจากนี้ นายภัชริ ยังเน้นย้ำถึงบทบาทของกลุ่มผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน โดยเสนอให้มีการทบทวนค่าการกลั่นและส่วนต่างกำไรให้ลดลงในบางส่วนในช่วงวิกฤต เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและช่วยลดต้นทุนน้ำมันดิบก่อนถึงมือประชาชน การปรับสมดุลระหว่างกำไรของภาคเอกชนกับความอยู่รอดของประชาชนจะช่วยลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่มักจะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ซึ่งหากทุกฝ่ายลดเพดานผลประโยชน์ของตนเองลงและหันมาแบ่งปันความเสี่ยงร่วมกัน จะเป็นทางออกที่ยุติธรรมและช่วยให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าครองชีพจนเกินกำลังส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจฐานราก
นายภัชริ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า มาตรการเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการร่วมแรงร่วมใจที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปได้ โดยรัฐบาลต้องมีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการเข้าไปบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย การกระจายภาระจากประชาชนไปยังภาครัฐและกลุ่มทุนพลังงานในสัดส่วนที่เหมาะสม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการรายย่อยว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่ถูกตัดตอนจากต้นทุนคงที่ที่สูงเกินไป พรรคไทยสร้างไทยพร้อมเป็นกระบอกเสียงในการผลักดันนโยบายที่สร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงพลังงานในราคาที่ยุติธรรมอย่างแท้จริง
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
พรรคไทยสร้างไทย ข้อมูล/แฟ้มภาพ