นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พร้อมด้วย พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรม "สืบสานปณิธานรักษ์สิ่งแวดล้อม : รวมพลังวุฒิสภา รักษ์เต่าทะเลไทย" ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรืออำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ทั้งนี้ คณะได้รับฟังการบรรยายสรุป การดำเนินงานของศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเล และกระบวนการอนุรักษ์เต่าทะเล จากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งให้ข้อมูลว่าศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จัดตั้งขึ้นจากพระราชหฤทัยในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทยที่ลดลง โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งหลายชนิดอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ เช่น เต่ามะเฟือง เต่าตนุ เต่ากระ เต่าหญ้า เต่าหัวค้อน ซึ่งในอดีตถูกเก็บไข่ไปบริโภคและจำหน่าย ส่งผลให้จำนวนลดลงอย่างมาก
โดยศูนย์ฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 มีภารกิจหลักในการเพาะฟักไข่เต่า อนุบาลลูกเต่าให้แข็งแรงในช่วงอายุประมาณ 5 เดือน ถึง 1 ปี รวมถึงจัดตั้งโรงพยาบาลเต่าทะเลเพื่อรักษาเต่าที่ป่วยหรือบาดเจ็บจากการติดอวนและขยะทะเล
นอกจากนี้ กองทัพเรือ ได้สงวนพื้นที่เกาะสำคัญในอ่าวสัตหีบ ได้แก่ เกาะคราม เกาะอีร้า และเกาะจาน ซึ่งเป็นแหล่งที่มีแม่เต่าขึ้นมาวางไข่ชุกชุม ไว้เป็นที่สำหรับให้แม่เต่าขึ้นวางไข่โดยเฉพาะ โดยจัดกำลังพลดูแลป้องกันบุคคลภายนอกเข้ามาลักลอบสัตว์ รวมถีงการขโมยไข่เต่าไปรับประทานและจำหน่าย พร้อมทำการรวบรวมไข่เต่าเพื่อนำไปเพาะฟัก และอนุบาลลูกเต่าให้เติบโตแข็งแรง ก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ
สำหรับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ยังเปิดให้ประชาชนและเยาวชนเข้าเยี่ยมชม เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้เกี่ยวกับเต่าทะเลที่สำคัญของเมืองไทย พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้กับประชาชน
จากนั้น สมาชิกวุฒิสภาได้เยี่ยมชมบ้านเต่าทะเลเฉลิมพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โรงอนุบาลเต่าทะเล และศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากประจำอ่าวไทย กองทัพเรือ รวมถึงได้ร่วมกันปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ
รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกวุฒิสภาได้ศึกษากระบวนการอนุรักษ์เต่าทะเลอย่างใกล้ชิด โดยศูนย์แห่งนี้มีภารกิจเพาะฟักและขยายพันธุ์เต่าทะเลหลายชนิด ควบคู่กับการดูแลรักษาเต่าป่วยหรือบาดเจ็บ เพื่อให้เต่าทะเลยังคงอยู่คู่ทะเลไทยต่อไป
รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ยังเน้นย้ำว่า การอนุรักษ์จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมทั้งการช่วยกันอนุรักษ์และประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ ขณะที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ สมาชิกวุฒิสภาพร้อมผลักดันทั้งด้านงบประมาณและการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมศักยภาพศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้ลูกหลานไทยได้มีโอกาสเห็นความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลในอนาคต
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง