23 ก.พ. 69 – หัวหน้าพรรคประชาชน เผยหลังสัมมนาถอดบทเรียนเลือกตั้ง สส. พร้อมเดินหน้าทำงานพื้นที่เข้มข้น เตรียมตั้งเครือข่ายอาสาส้มครอบคลุมทั่วประเทศ สะท้อนปัญหา–จับตาทุจริต ย้ำไม่กังวลคดี 44 สส. พร้อมปรับบทบาทหากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ได้เสียงหนุนกว่า 60% ขณะพรรคยังครองอันดับหนึ่งคะแนนบัญชีรายชื่อ สะท้อนความเชื่อมั่นแนวทางการเมืองเชิงความคิด

image

           นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในงานสัมมนาถอดบทเรียนหลังการเลือกตั้ง สส. ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร วานนี้ (22 ก.พ. 69) ว่าเป้าหมายในการจัดสัมมนาผู้สมัคร สส. ของพรรคครั้งนี้คือการร่วมกันถอดบทเรียนหลังทราบผลการเลือกตั้ง สส. หลังจากนี้ ปชน. จะทำงานในเชิงพื้นที่เข้มข้นยิ่งขึ้น นอกจากนี้จะเตรียมพร้อมให้มีการตั้งเครือข่ายอาสาสมัคร หรือ อาสาส้ม (อสส.) ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่สอดส่องดูแลประชาชนทั้งเรื่องการสะท้อนปัญหาในพื้นที่ให้ผู้สมัครของพรรค เพื่อให้พรรคช่วยผลักดันการแก้ปัญหาให้กับประชาชนรวมทั้งทำหน้าที่เป็นแหล่งข่าวให้ด้วย ทั้งเรื่องงานกิจกรรมในพื้นที่ งานประเพณี เพื่อให้ผู้สมัคร สส.ของพรรคมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น รวมทั้งดูแลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมาหลายพื้นที่มักมีข่าวเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้น มีปัญหาหลายพื้นที่ ยืนยันว่า ปชน. พร้อมจะมีอาสาสมัครเข้าไปเป็นหูเป็นตาให้กับประชาชน

         นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปชน.ยังมีกำลังใจดีและพร้อมจะจัดหาผู้สมัครเพื่อทำงานในเชิงพื้นที่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งจัดให้มีการทำงานในกลไกสภาเพื่อให้ผู้สมัครทั้งที่ได้รับเลือกตั้งและไม่ได้รับการเลือกตั้งได้ทำเพื่อประชาชน ส่วนประเด็นเรื่องคดี 44 สส. ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดข้อหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงนั้น และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการวินิจฉัยของศาลฎีกา มองว่าไม่ควรต้องมีใครถูกดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็น สส. อยู่แล้ว ยืนยันว่าได้มีการบริหารความเสี่ยงไว้แล้ว หากมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่่จริง ตนในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเองไปทำหน้าที่อื่น เช่น การสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้คว้าชัยชนะการเลือกตั้งครั้งถัดไปได้ ส่วนที่ได้ยื่นคำร้องสำหรับว่าที่ สส. จำนวน 10 คน เป็น สส. บัญชีรายชื่อ 8 คน และ สส. แบบแบ่งเขต 2 คน ต่อศาลฎีกาและขอให้ศาลมีคำสั่งไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาต่อไปว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

         นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปถึงผลการเลือกตั้งที่ออกมาและมีการถอดบทเรียนนั้น แบ่งเป็น 2 ประเด็นหลัก คือผลประชามติให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประมาณ 60% ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แม้ว่าผลการเลือกตั้งบางเขตที่ ปชน.อาจจะแพ้เลือกตั้ง แต่พบว่าหลายพื้นที่ประชาชนเห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่สำคัญก็คือ ปชน.ยังคงรักษาแชมป์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ คะแนนความนิยมในบัตรบัญชีรายชื่อยังคงมาเป็นที่หนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงความคิดตามที่วางยุทธศาสตร์ไว้ว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเอาชนะด้วยการทำงานเชิงความคิด

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ