นายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา กล่าวถึงแนวทางการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติว่า กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนากีฬาไทยโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติกลับมีการนำงบประมาณไปใช้ในกิจกรรมสปอร์ตทัวริซึม (Sports tourism) ซึ่งแม้เป็นประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว แต่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของกองทุน จึงเห็นว่าควรใช้งบประมาณจากภาครัฐหรืองบกลางแทน นายนิทัศน์ เผยว่าปัจจุบันกองทุนมีงบประมาณประมาณ 4,000 ล้านบาท ขณะที่มีคำของบรวมกว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งกระบวนการอนุมัติงบมีขั้นตอนจำนวนมาก ส่งผลให้การเบิกจ่ายล่าช้า จนบางครั้งสมาคมกีฬาต้องสำรองเงินเอง หรือให้นักกีฬารับภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
นายนิทัศน์ กล่าว่าจากปัญหาดังกล่าวคณะอนุกรรมาธิการด้านการกีฬา ได้หารือร่วมกับกองทุนและการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อปรับปรุงระบบการพิจารณา โดยมีแนวคิดลดขั้นตอนอนุมัติงบจากเดิม 17 - 18 ขั้นตอน เหลือ 6 ขั้นตอน พร้อมจัดทำรายการตรวจสอบเอกสาร (Checklist) เพื่อช่วยให้สมาคมจัดเตรียมข้อมูลได้ครบถ้วน ลดการส่งเรื่องกลับและเร่งรัดการอนุมัติ นอกจากนี้ ยังเสนอพัฒนาระบบดิจิทัลให้สมาคมและนักกีฬาสามารถติดตามสถานะคำของบประมาณผ่านโทรศัพท์มือถือได้โดยตรง เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันมีแนวคิดทดลองจ่ายเบี้ยเลี้ยงตรงถึงตัวนักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคม เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า โดยจะเริ่มทดลองในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เดือนพฤษภาคม 2569
ทั้งนี้เชื่อว่าการปรับระบบบริหารกองทุนให้คล่องตัว จะช่วยให้การสนับสนุนนักกีฬาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงด้านสวัสดิการ และยกระดับศักยภาพวงการกีฬาไทยในระยะยาว
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊กวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ