15 ม.ค.69 - กมธ.การทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่เบตง จ.ยะลา ติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ ชูแนวทางบูรณาการมาตรการความปลอดภัยควบคู่การสร้างสันติภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เสริมศักยภาพพื้นที่พหุวัฒนธรรมชายแดนใต้

image

         พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา พร้อมด้วย นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน กมธ.คนที่หนึ่ง  ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน กมธ. คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด  ระเด่นอาหมัด รองประธาน กมธ.คนที่สาม  อนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยมี พล.ต. กรกฎ  ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ  

          ประธาน กมธ.ได้รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบไม่สงบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และงานความมั่นคงแบบองค์รวม โดยพบว่า ปัญหาหลัก เกิดจากกลุ่มก่อความไม่สงบใช้ความรุนแรงโดยอ้างอิงอัตลักษณ์ เชื้อชาติ ศาสนา และประวัติศาสตร์สร้างความขัดแย้ง พร้อมมีภัยแทรกซ้อน 4 ด้าน คือ ยาเสพติด การบุกรุกป่าไม้ การนำพาแรงงานต่างด้าว และการค้าสินค้าหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งกลุ่มขบวนการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล สำหรับจังหวัดยะลา ยังคงเผชิญความท้าทายจากประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้มีการลอบวางระเบิด ยิงโจมตี และปะทะเจ้าหน้าที่เป็นระยะ ซึ่งที่ประชุมเห็นควรผสมผสานมาตรการความมั่นคงเข้ากับการสร้างสันติภาพ ควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา และเศรษฐกิจ

           ด้านแนวทางการพัฒนาอำเภอเบตง ได้มุ่งเน้นสร้างความปลอดภัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการค้าและท่องเที่ยว ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และยกระดับการศึกษา-สุขภาพ โดยใช้เทคโนโลยีเฝ้าตรวจ อาทิ CCTV และโปรแกรมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติที่ด่านและพื้นที่สาธารณะเพื่อคัดกรองผู้ก่อคดีและอาชญากรรมข้ามชาติ นอกจากนี้ กมธ.ยังได้รับฟังและทราบปัญหาและข้อเสนอของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) เพื่อให้ความช่วยเหลือ ผรท.ในเรื่องอาชีพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต ตามเงื่อนไขสัญญาที่กฎหมายกำหนด

           ภายหลังการรับฟังข้อมูล ประธาน กมธ.ได้ให้ข้อสังเกตว่า อำเภอเบตง มีความโดดเด่นในหลายมิติที่ต้องคำนึงถึงในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะด้านความหลากหลายทางสังคม เบตงเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม ประกอบด้วยชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ชาวมลายู-มุสลิม และชาวไทย-พุทธ สร้างเอกลักษณ์ของสังคมที่หลากหลาย ขณะที่ด้านยุทธศาสตร์ มีทำเลที่ติดชายแดนมาเลเซียทำให้มีการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ จึงจำเป็นต้องมีแผนเชิงรุกด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนและผู้มาเยือน รักษาบรรยากาศความสามัคคีของพหุสังคม ส่วนด้านศักยภาพการพัฒนา เบตงมีโอกาสสูงในการดึงดูดการลงทุน โดยเน้นพัฒนาเศรษฐกิจจากอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเบตงและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

           ทั้งนี้ กมธ.จะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังจากฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชน มาพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อประโยชน์สุขของสังคมต่อไป

 

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ