คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จัดการเสวนาย่อย Policy Forum : ความเป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้เวทีเสวนาเรื่อง “Policy Watch Connect 2026 เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ” โดยร่วมกับศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ไทยพีบีเอส สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิฮันส์ ไซเดล ประเทศไทย โดยการเสวนาครั้งนี้มีผู้แทนภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น อาทิ รศ.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม จากสมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ นายมนูญ วงษ์มะเซาะห์ นักสื่อสารงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จากกรีนพีช ประเทศไทย นางสาวเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ นายสาคร สงมา ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม นางสาวพรพนา ก๊วยเจริญ ผู้อำนวยการ Land Watch Thai และ นางสาวณัฐธิดา รัตนสวัสดิ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชน
โอกาสนี้ช่วงหนึ่งของการเสวนาได้เปิดโอกาสให้มีการสะท้อนถึงสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมไม่ถูกนำมาพูดถึงในนโยบายหาเสียงพรรคการเมืองของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 รศ.คนึงนิจ สมาคมเครือข่ายอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของไทยยังไม่ก้าวหน้าและไม่ถูกกล่าวถึง เป็นเพราะขาดเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริงในการมองว่าสิ่งแวดล้อมคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ขณะที่นางสาวเพ็ญโฉม ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า จากการติดตามประเด็นสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง พบว่านโยบายการพัฒนาประเทศของไทยส่วนใหญ่มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยละเลยมิติด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม แม้ในช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมา จะมีการพูดถึงประเด็นเหล่านี้มากขึ้น แต่ยังขาดการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อมในหลากหลายมิติ จึงเห็นว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการสร้างสมดุลของนโยบายพัฒนาประเทศ และต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน นักการเมืองควรมีวิสัยทัศน์ที่ไม่เน้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมควบคู่กันไป เพราะแม้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่หากสิ่งแวดล้อมถูกมองข้าม สุขภาพประชาชนเสื่อมถอย เศรษฐกิจก็อาจพังทลายลงได้ในที่สุด ส่วนนายสาคร ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่ารากของปัญหาที่ทำให้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้รับความสำคัญ มาจากความไม่เป็นธรรมด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความไม่เป็นธรรมด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาในอดีต และการแก้ปัญหาที่ผ่านมาในหลายกรณีกลับยิ่งสร้างความไม่เป็นธรรมซ้ำเติมให้กับสังคมไทย โดยยกตัวอย่างกรณีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อรูปแบบอาหารการกินของประชาชน ในขณะที่คนบางกลุ่มพยายามผลิตอาหารภายใต้กรอบเศรษฐกิจเป็นหลัก จนละเลยผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมถูกผลักให้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจ แม้กระทั่งประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็ตาม
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง