12 ม.ค.69 -  กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเวที Policy Watch Connect 2026 ชี้ทางออกเลือกตั้ง 69 ต้องผลักดันนโยบายภาคประชาชนสู่การตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อฝ่าวิกฤตการเมือง-เศรษฐกิจ พร้อมขอรัฐใช้กฎหมายแก้ปัญหาโครงสร้างแทนการขอความร่วมมือ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

image

          การเสวนาเรื่อง “Policy Watch Connect 2026 เลือกตั้ง 69 นโยบายสาธารณะ ฝ่าวิกฤตประเทศ“ ในหัวข้อ ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย ที่จัดโดย คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภาร่วมกับ ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ไทยพีบีเอส สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิฮันส์ ไซเดล ประเทศไทย ณ ห้องริมน้ำ 102-104 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (โซนกลาง)
     
          โดยในการเสวนา ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสีย และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thaipbs) นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค/นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสํานักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมเสวนา
      
          โดยนายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤต ทั้งเรื่องของการเมืองถดถอย เศรษฐกิจ ปากท้อง รายได้ตกต่ำ และการจัดสวัสดิการของภาครัฐก็ยังไม่ทั่วถึง ซึ่ง สิ่งที่ประชาชนมีความกังวล คือการเลือกตั้ง ครั้งนี้จะสามารถแก้ไขวิกฤติได้มากน้อยเพียงใด ที่ผ่านมาประเทศไทยมีบทเรียนจาก ภาคส่วนต่าง ๆ ที่พยายามขับเคลื่อน การแก้ปัญหา และพยายามเสนอทางเลือก ทั้งในเรื่อง นโยบาย และการออกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมานโยบายของภาคประชาชนที่มีการผลักดันไม่ได้อยู่ในมือของผู้มีอำนาจทางการเมืองจึงไม่ได้รับการขับเคลื่อน ดังนั้นทำอย่างไรที่จะให้นโยบายที่มาจากประชาชน ที่ได้ร่วมกันแสวงหาทางออกในภาวะวิกฤต จะไปอยู่ในมือของผู้มีอำนาจ ในการตัดสินใจในเชิงนโยบาย จนทำให้กลายเป็นนโยบายสาธารณะได้

          ขณะที่นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS คาดหวังว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเห็นทุกพรรคการเมืองนำนโยบายสาธารณะจากภาคประชาสังคมไปใช้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งนี้เชื่อว่า หากรัฐบาลนำนโยบายสาธารณะจากภาคประชาสังคมไปใช้ก็จะถือเป็นก้าวที่สำคัญ โดยยกตัวอย่าง การแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นพิษ จากประเทศเพื่อนบ้าน  ที่รัฐบาลควรแก้ปัญหาโดยการออกกฎหมายบังคับใช้ ไม่ใช่การขอความร่วมมือ เหมือนที่รัฐบาลในปัจจุบันกำลังทำอยู่ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

          ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตนต้องการเห็นทุกภาคส่วนยอมรับว่าปัญหาสังคม ปัญหาคุณภาพชีวิต มีความซับซ้อนมากเกินกว่าที่ภาคการเมืองหรือหน่วยงานราชการ จะจัดการได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้น ส่วนสำคัญที่อยากเห็นจะต้องดึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ที่รวมกลุ่มกันเป็นองค์กร มูลนิธิ ฯลฯ เข้ามามีส่วนร่วม โดยต้องทำให้ภาครัฐ นำนโยบายสาธารณะที่สนับสนุนภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ