นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เป็นประธานเปิดโครงการจัดนิทรรศการและเสวนา "POLICY WATCH CONNECT 2026 : เชื่อมผู้ผลักดันนโยบายสาธารณะ สู่การจับตาการเลือกตั้ง" ระหว่างวันที่ 12-22 มกราคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา โดย กมธ.จัดขึ้นร่วมกับมูลนิธิฮันส์ ไซเดล ประเทศไทย ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ไทยพีบีเอส สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายกว่า 40 องค์กร ณ อาคารรัฐสภา
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า นโยบายสาธารณะมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเสียชีวิต โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม คุณภาพของนโยบายสาธารณะจะเป็นตัวกำหนดลักษณะสังคมที่ประชาชนเติบโต สุขภาพอนามัย สภาพแวดล้อม และโอกาสในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา คือ หากนโยบายสาธารณะมีความสำคัญในระดับดังกล่าว ประชาชนจะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดนโยบายเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ จะเป็นวันสำคัญที่มีทั้งการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ซึ่งอาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองไทยผ่านกลไกการออกเสียงของประชาชนโดยตรง
นายนรเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงนี้พรรคการเมืองต่างๆ จะเริ่มนำเสนอนโยบายเพื่อหาเสียงจากประชาชน ในขณะที่ประชาชนมีบทบาทเพียงผู้รับสารเท่านั้น ซึ่งเป็นลักษณะของการสื่อสารทางเดียว อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้จะมีการปรับเปลี่ยนแนวทางที่เคยปฏิบัติมา โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทในการออกแบบนโยบาย และมีส่วนร่วมในการสอบถามพรรคการเมืองเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงจัดงาน Policy Watch Connect 2026 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงนโยบายสาธารณะของพรรคการเมืองกับความต้องการ ความคาดหวัง และความคิดเห็นของประชาชน โดยจะจัดการเสวนา 12 เวทีตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้หัวข้อหลักเกี่ยวกับวิกฤตสำคัญของประเทศ 6 ด้าน โดยเวทีแรกในวันนี้ (12 ม.ค.69) คือการที่ตัวแทนจากทั้ง 5 องค์กรเข้ามาร่วมกันแลกเปลี่ยนและสะท้อนเรื่องความหวังวิกฤตต่างๆ ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ จากนั้นในวันถัดไปจะเริ่มด้วยโจทย์แรก ได้แก่ 1.วิกฤตการเมืองและโครงสร้างทางการเมือง 2. วิกฤตสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ 3. วิกฤตประชากรและสุขภาพ 5. วิกฤตความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ 5. วิกฤตความเหลื่อมล้ำและความยากจน และ 6. วิกฤตความน่าเชื่อถือของรัฐ ตามลำดับ และในวันสุดท้ายคือวันที่ 22 มกราคม จะมีการจัด "ตลาดนโยบาย" เพื่อเชื่อมต่อนโยบายจากประชาชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และพรรคการเมือง โดยรวบรวมข้อเสนอจาก 12 เวทีมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอนโยบายสาธารณะที่ประชาชนต้องการเห็น ไม่ใช่แค่นั่งฟังพรรคการเมืองเล่านโยบายอย่างเดียว
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง