9 ธ.ค. 68 – ประธานรัฐสภา ระบุไทยมีรัฐธรรมนูญถึง 20 ฉบับเพราะถูกฉีกหลายครั้ง ทำให้คุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์ลดลง พร้อมย้ำการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของประเทศ คาดวาระสองใช้เวลา วันที่ 10–11 ธ.ค. ก่อนเข้าสู่ขั้นทำประชามติและตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าวาระสามลงมติได้ วันที่ 27 หรือ 29 ธ.ค.

image

        นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการจัดงานวันรัฐธรรมนูญ 2568 ซึ่งรัฐสภาจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 10 ธ.ค. 68) ว่าประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว 20 ฉบับ เนื่องจากเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญหลายครั้งจนทำให้ความสำคัญลดลง จึงต้องการให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของระบบประชาธิปไตย ซึ่งมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

         ประธานรัฐสภากล่าวว่า การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 10–11 ธ.ค. นี้ จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเดียวในวาระที่สอง หลังผ่านวาระแรกมาแล้ว หากวาระสองแล้วเสร็จ จะต้องเว้นระยะ 15 วัน ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบก่อนเข้าสู่วาระสาม และยังต้องจัดให้มีประชามติ เพื่อสอบถามเจตจำนงประชาชนว่าจะเห็นด้วยกับการปรับแก้หรือไม่ ก่อนดำเนินกระบวนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ด้านกรอบเวลาการพิจารณาวาระสองที่เดิมกำหนดไว้ 2 วัน นายวันมูหะมัดนอร์ระบุว่า วาระสองไม่สามารถกำหนดตายตัวได้ขึ้นอยู่กับการอภิปราย การแปรญัติ และการชี้แจงของคณะกรรมาธิการ แม้มีเพียงไม่กี่มาตราแต่มีรายละเอียดมาก อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 ธ.ค. ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จะเริ่มชี้แจงภาพรวม ก่อนให้สมาชิกอภิปรายและลงมติในประเด็นต่าง ๆ ตามที่สงวนความเห็นไว้ และสำหรับวาระสาม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 15 วัน ซึ่งนับจากวันที่ 11 ธ.ค. จะตรงกับวันที่ 26 ธ.ค. แม้วันดังกล่าวไม่ตรงกับวันประชุม แต่สามารถกำหนดประชุมเพิ่มเติมได้หากสมาชิกพร้อม โดยประธานรัฐสภามองว่า วันที่ 29 ธ.ค. ซึ่งตรงกับวันประชุมปกติ น่าจะเหมาะสมที่สุด เพราะวันที่ 30 ธ.ค. เป็นวันหยุดชดเชยของรัฐสภา แทนวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันหยุด แต่รัฐสภายังคงทำงานตามปกติและจัดกิจกรรมเพื่อความสำคัญของวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากสมาชิกมีความพร้อมเต็มที่ อาจพิจารณาลงมติวันที่ 27 ธ.ค. ได้เช่นกัน เพราะเป็นการลงคะแนนแบบเปิดเผยและขานชื่อรายบุคคล จึงต้องการให้สมาชิกเข้าร่วมการลงมติอย่างพร้อมเพรียง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่กำหนดทิศทางประเทศ และการแก้ไขครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง

        ประธานรัฐสภายังกล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 เพื่อปรึกษาหารือในปัญหาสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยหรือเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงวันที่ 24 - 26 ธ.ค. นี้ ว่ายังไม่ได้รับการประสานจากฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่หากมีการยื่นญัตติ สภาสามารถดำเนินการได้ตามข้อบังคับ 

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ