นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดร้อยเอ็ด และเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่าพื้นที่ทุ่งรับน้ำ เช่น ทุ่งพระยาบรรลือ ทุ่งรังสิตใต้ ทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล บ้านแพน รวมถึงพื้นที่ในจังหวัดปทุมธานี จังหวัดชัยนาท และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล้วนเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมยาวนานหลายเดือนทุกปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร และประชาชนหลายหมื่นครัวเรือน แต่กลับไม่ได้รับมาตรการรองรับที่เพียงพอจากรัฐ โดยพื้นที่บางบาล ได้รับผลกระทบหนักที่สุด บ้านเรือน ถนน และพื้นที่ทำกินเสียหายกว่า 25,000 ครัวเรือน บางจุดพบปัญหาดินเค็ม ดินเสื่อมสภาพ และผลกระทบจากการขุดบ่อทรายที่ทำให้จัดการน้ำยากกว่าเดิม ประชาชนต้องอยู่กับน้ำท่วมขังนาน 4–6 เดือน จนต้องเรียกร้องให้กรมชลประทานเปิดประตูระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ด้านการช่วยเหลือ แม้รัฐจะมีมาตรการจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน ไม่ว่าน้ำอยู่กี่เดือน พร้อมค่าใช้จ่ายเบื้องต้นสูงสุด 3,800 บาท และค่าวัสดุซ่อมบ้านที่จำกัดเข้มงวด ตนเห็นว่าไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริงแม้แต่น้อย
นายชัชวาล กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลล้มเหลวในการผลักดันกฎกระทรวงชดเชยค่าเสียโอกาส แม้ประกาศใช้มากว่า 4 ปี แต่ยังบังคับใช้จริงไม่ได้ เพราะยังไม่กำหนดอัตราชดเชยชัดเจน และยังมีข้อถกเถียงเรื่องการหักลบค่าใช้จ่ายจากการทำคันกั้นน้ำหรือสูบน้ำ ทำให้ประชาชนที่ยอมท่วมเพื่อปกป้องเมืองหลวง กลับไม่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นธรรม ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำและริมแม่น้ำที่ถูกน้ำท่วมยาวนานทุกปีก็ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ เช่นกัน แม้จะเสียหายไม่ต่างจากพื้นที่ทุ่งรับน้ำหลัก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเปิดรายละเอียดอัตราชดเชยตามที่กรมชลประทานเคยเสนอ และต้องทำให้กฎกระทรวงฉบับนี้ใช้งานจริงภายใน 4 เดือน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล่าช้าของรัฐบาลก่อนหน้า พร้อมย้ำว่าเรื่องทุ่งรับน้ำและการชดเชยเสียโอกาสคือปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประชาชนโดยตรง กระทบความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล ฝ่ายบริหารต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเร่งด่วน ก่อนที่ชาวบ้านจะต้องติดหล่มความเดือดร้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่เคยได้รับการแก้ไขที่แท้จริง
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง