นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.ชัยภูมิ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านเนื้อหาสารัตถะการประชุมและกิจการคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ในโอกาสที่รัฐสภาไทย ได้รับเกียรติจากสหภาพรัฐสภา (IPU) องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก วันที่ 2 - 3 ธันวามคม 2567 ณ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพฯ เปิดเผยว่าการจัดประชุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของคนไทยทุกคนที่ได้ร่วมฝ่าฟันวิกฤต โควิด-19 กระทั่งได้รับการยกย่องจากต่างประเทศโดย Global Health Security Index ยกย่องให้ไทยเป็นอันดับ 5 ของประเทศที่มีความสมบูรณ์ในการจะต่อสู้กับภาวะวิกฤตของโลก และมีความมั่นคงทางสุขภาพ สำหรับการประชุมครั้งนี้รัฐสภาและประเทศสมาชิกในภูมิภาคจะร่วมหารือถึงแนวทางการป้องกัน (prevention)การสนับสนุนทรัพยากรเช่น บุคลากรทางการแพทย์อุปกรณ์ต่างๆ และการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ซึ่งประเทศไทยมีระบบประกันสุขภาพซึ่งจากเดิมเป็นรูปแบบ 30 บาทรักษาทุกโรค กระทั่งปัจจุบันเป็น 30 บาทรักษาทุก ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะมาร่วมถอดบทเรียน มีเรื่องการตรวจจับและรายงานโรคเมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม. ) ทำหน้าที่ดูแลด้านสุขภาพเข้าถึงชุมชน ไทยยังมีต้นแบบในเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณที่ครอบคลุมทั่วถึงต่อการดูแลประชาชนโดยเฉพาะช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เช่น การส่งยาถึงบ้านผู้ป่วย
นพ.โอชิษฐ์ กล่าวต่อไปว่าในการประชุมรัฐสภาภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ว่าด้วยความมั่นคงด้านสุขภาพระดับโลก ครั้งนี้จะมีการถอดบทเรียนจากสมาชิกรัฐสภาของไทย ในประเด็นความสำคัญของสมาชิกรัฐสภากับประชาชนในช่วงที่มีการระบาดของโรค ซึ่ง สส. สว. ช่วยให้การรับรู้ข่าวสาร สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง นำข้อเท็จจริงจากภาครัฐไปกระจายสู่พื้นที่ สมาชิกรัฐสภาจากนานาประเทศที่เข้าร่วมประชุมจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในลักษณะการแบ่งกลุ่มย่อยพูดคุยเรื่องสิทธิประกันสุขภาพของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยที่แม้เป็นประเทศที่ระดับรายได้ไม่สูงแต่สามารถ สามารถดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุมโดยเฉพาะช่วงโควิด-19 มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าประเทศอื่นมาก นอกจากนี้ ยังมีประเด็นแลกเปลี่ยนถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศมีผลอย่างไรต่อสุขภาพ และ การใช้เทคโนโลยีในด้านสุขภาพ
นพ.โอชิษฐ์ ย้ำว่าผลที่ได้จากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงของประเทศสมาชิก เนื่องจากหลังจากนี้แล้ว ในเดือน พฤษภาคม 2568 สมาชิก IPU มีนัดประชุมถึงกฎในการห้ามปกปิดข้อมูลเมื่อมีการระบาดของโรค และหากมีความตกลงร่วมกันแล้วรัฐสภาไทยและรัฐสภาประเทศสมาชิกจะต้องกลับไปพิจารณานำไปสู่การจัดทำกฎหมาย สอดคล้องกับความตกลง แต่อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นประเทศไทยได้รับประโยชน์จากการที่รัฐสภาเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในครั้งนี้ เรื่องการได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ในการสร้างมาตรฐานที่สำคัญด้านสาธารณสุขการดูแลสุขภาพ แม้ไทยไม่ใช่ประเทศที่ใหญ่มากแต่สามารถสร้างศักยภาพให้ทั่วโลกเห็นว่าสามารถทำได้ ความสำเร็จนี้เกิดจากคนไทยที่มีความเข้มแข็งมีการให้ความช่วยเหลือกันมี กระบวนการจิตอาสา ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้สาธารณสุขเข้มแข็ง
ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง
