11 ส.ค.68- สว. พลเอกสวัสดิ์ ทัศนา วอนรัฐบาลพิจารณาเพิ่มงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมและกองทัพ จากเหตุปะทะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุงบที่ได้รับจัดสรรเดิมเพียงพอกับการปฏิบัติภารกิจประจำเท่านั้น ไม่เพียงพอกับปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อปกป้องความมั่นคง

        พลเอกสวัสดิ์  ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ โดยเชื่อมโยงกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2 ฉบับ ได้แก่ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ MOU ปี 2543 ซึ่งระบุว่าแผนที่แนบท้ายขนาด 1:200,000 ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบด้านเขตแดน และกัมพูชาได้ละเมิด MOU ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีบันทึกความเข้าใจที่กำหนดกรอบและกลไกการเจรจา เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการปักปันเขตแดนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา หรือ MOU ปี 2544 ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาอ้างสิทธิละเมิดกฎหมายสากลทางทะเล (UNCLOS 1982) อย่างร้ายแรง และ MOU 2544 อาจขัดต่อประกาศกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย ปี 2516

        พลเอกสวัสดิ์ กล่าวถึงผลจากการสู้รบที่ผ่านมาว่า กระทรวงกลาโหมได้ใช้สรรพกำลังไปเป็นจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้พร้อมปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ เนื่องจากงบประมาณปัจจุบันของกระทรวงกลาโหมเพียงพอแค่การปฏิบัติภารกิจประจำและการดำรงสภาพของกองทัพเท่านั้น ทำให้การเพิ่มขีดความสามารถเชิงรุกทำได้อย่างจำกัด จึงเสนอแนะให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1.5%ของ GDP เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงให้ทัดเทียมมาตรฐานภูมิภาค

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ