สส.จุลพงศ์ พรรคก้าวไกล เตือนรัฐบาลระวัง 3 ความเสี่ยงดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

อรพรรณ ขันทองคำ

18 เม.ย. 2567 10:20 น.688 ครั้ง
แชร์LINE
สส.จุลพงศ์ พรรคก้าวไกล เตือนรัฐบาลระวัง 3 ความเสี่ยงดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

18 เม.ย. 67 - สส.จุลพงศ์ พรรคก้าวไกล เตือนรัฐบาลระวัง 3 ความเสี่ยงดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ชี้ใช้จ่ายเกินตัว รายได้ต่ำ เสี่ยงกระทบการเงินการคลังประเทศ


นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวเตือนไปยังรัฐบาลถึงความเสี่ยง 3 เรื่อง ในการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ความเสี่ยงเรื่องแรก คือ การเตรียมตัวกับวิกฤติในอนาคต เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤติการสู้รบไม่ว่าจะเป็นในยุโรป ตะวันออกกลาง และอีกหลายแเห่งทั่วโลก และถ้าโลกเกิดวิกฤติจากความไม่สงบขึ้น จนถึงทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในระดับโลก ไทยจะประสบกับความยากลำบากในการเผชิญกับวิกฤติหากใช้จ่ายเงินเกินตัว ซึ่งการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตแต่หากเศรษฐกิจของไทยไม่ได้เติบโตตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ หรือเติบโตน้อยกว่าที่คาด ความเสี่ยงของประเทศไทยในการรับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลกหรือภูมิภาค ก็จะทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะคาดหวังรายได้ จากการเก็บภาษีเพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ได้ เพราะหากดูตัวเลขรายได้ของประเทศจากการจัดเก็บภาษี ไทยมีรายได้จากการเก็บภาษีราว 13.7% ลดลงกว่าเมื่อก่อนที่อยู่ราว 17% ของจีดีพี ส่วนในประเทศพัฒนาแล้ว มีการเก็บภาษีได้ราว 35% ของจีดีพี ดังนั้น จึงถือเป็นความเสี่ยงมากขึ้นของประเทศไทยในการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคต เพราะใช้จ่ายเกินตัวแต่มีรายได้ต่ำ
ความเสี่ยงที่สอง คือ การขาดงบประมาณสำหรับค่าใช้ง่ายอื่นๆ ของรัฐบาล รัฐบาลยังมีภาระอื่นๆ อีกมาก ที่จะช่วยเหลือยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรและคนชั้นกลาง คนยากจน และการช่วยเหลือ SMEs หากไม่สามารถยกระดับเกษตรกรและคนยากจนขึ้นมาเป็นคนชั้นกลางได้ ประเทศไทยก็ไม่มีทางที่จะขับเคลื่อนด้วยคนชั้นกลางเหมือนประเทศอื่นๆได้ และหากไม่สามารถเพิ่มสัดส่วน SMEs ในจีดีพีให้มากขึ้น ไทยก็เดินหน้าต่อได้ยาก ดังนั้น การแจกเงินตามโครงการดิจิทัลวอลเล็ตคนละ 10,000 บาท ที่มีเงื่อนไขห้ามไม่ให้ใช้ในการชำระหนี้ คงไม่ได้ช่วยเกษตรกรในเรื่องหนี้สิน และรัฐบาลยังต้องมีภาระในการตั้งเงินงบประมาณส่วนหนึ่งมาช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สินเกษตรกรอีกด้วย
นายจุลพงศ์ กล่าวต่อว่า ความเสี่ยงประการสุดท้ายคือ คือ การทุจริตคอร์รัปชัน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ยังมีช่องว่าง เช่น การจัดทำซุปเปอร์แอปที่รัฐบาลบอกว่าจะสร้างขึ้นใหม่นั้น ใครจะเป็นผู้จัดทำ หากจะให้เอกชนเข้ามาทำ มีการจัดจ้างแล้วหรือไม่ และหากมีการจัดจ้างแล้ว ผ่านการประกวดราคาเมื่อใด อีกทั้งระบบบล็อกเชนที่อ้างว่าจะใช้นั้น ไม่มีคนกลาง ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ว่าใครทำอะไร นอกจากนี้ ระบบที่รัฐบาลจะนำมาใช้กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะตรวจสอบได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้จึงเป็นความเสี่ยงเกิดคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเดิมพันที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง