สส.ธนกร รทสช. ขอตำรวจเร่งตรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หลังพบยาเสพติดทะลักชายแดน แนะช่วยสร้างอาชีพให้ผู้เสพที่กลายเป็นผู้ป่วย ให้เกิดความยั่งยืน

ลักขณา เทียกทอง

9 ก.พ. 2567 12:51 น.926 ครั้ง
แชร์LINE
สส.ธนกร รทสช. ขอตำรวจเร่งตรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หลังพบยาเสพติดทะลักชายแดน แนะช่วยสร้างอาชีพให้ผู้เสพที่กลายเป็นผู้ป่วย ให้เกิดความยั่งยืน

9 ก.พ. 67 - สส.ธนกร รทสช. ขอตำรวจเร่งตรวจทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หลังพบยาเสพติดทะลักชายแดน ฝากสกัดเข้มแนวตะเข็บรอยต่อประเทศเพื่อนบ้าน แนะดึงอาสาชุมชนร่วมมือป้องกันปราบปราม ส่วนการเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ต้องช่วยแก้ทั้งระบบช่วยสร้างอาชีพให้เกิดความยั่งยืน

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ (8 ก.พ. 67) ตำรวจสนธิกำลังฝ่ายปกครองและกองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หน่วยทหาร จ.สกลนคร ได้สกัดจับขบวนการขนยาเสพติดพร้อมของกลางเป็นยาบ้ามากถึง 4 ล้านเม็ด ว่าเป็นที่สังเกตว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 66 พบสถิติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ได้ของกลางจำนวนมาก ส่วนใหญ่ทะลักเข้ามาทางตะเข็บชายแดนรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยตนรู้สึกเป็นห่วงเรื่องปัญหายาเสพติดที่พบในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงทุกพื้นที่ เอกซเรย์สแกนพื้นที่อย่างเข้มข้นเพื่อตรวจติดตาม ปราบปรามจับกุมเครือข่ายยาเสพติดเหล่านี้ ไม่ให้นำเข้ามาในประเทศ ซึ่งส่งผลร้ายต่อสังคมและประชาชนโดยตรง หลังจากเสพยาแล้วมีอาการคุ้มคลั่งก่อเหตุรุนแรงขึ้น สร้างความสะเทือนใจหลายต่อหลายเหตุการณ์

นายธนกร กล่าวว่าตนขอเสนอให้สร้างเกราะป้องกันภัยยาเสพติด ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ด้วยการสร้างจิตอาสาชุมชนเข้ามาช่วยประสาน แจ้งเบาะแส เป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือภาคประชาชนร่วมกับภาครัฐ ช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ป้องกันการก่อเหตุรุนแรงที่จะเกิดในพื้นที่ได้ เพราะอาสาชุมชนมีบุคลากรอยู่แล้ว แต่ขอให้เกิดการกวดขันตรวจตราที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกหลานในพื้นที่ตกเป็นทาสยาเสพติดได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลจากคนในครอบครัวและชุมชนเป็นกำลังสำคัญ และสำหรับการปราบปราม ต้องเข้มข้นมากขึ้น เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่เข้ามาในประเทศ ส่วนนโยบายการเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยนั้น ตนมองว่าต้องแก้ไขปัญหาทั้งระบบ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพอีก และภายหลังได้รับการบำบัดแล้ว ภาครัฐและชุมชนต้องร่วมมือกัน เช่น จัดหาอาชีพให้กับผู้ป่วยที่ได้ผ่านการบำบัดยาเสพติดแล้ว ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิม จึงจะเป็นการแก้ปัญหาได้ทั้งระบบแบบยั่งยืน

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง