สส.รวมไทยสร้างชาติ ขอรัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง และขยายผลไปภาคใต้

ลักขณา เทียกทอง

8 ธ.ค. 2566 13:46 น.1,363 ครั้ง
แชร์LINE
สส.รวมไทยสร้างชาติ ขอรัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง และขยายผลไปภาคใต้

8 ธ.ค. 66 - สส.รวมไทยสร้างชาติ ขอรัฐบาลเดินหน้าโครงการ EEC ตามยุทธศาสตร์ชาติต่อเนื่อง เผยปี 66 ยอดลงทุนแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมเสนอขยายผลพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้และภูมิภาคอื่นเพิ่ม

นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวเสนอไปยังรัฐบาลขอให้เน้นการลงทุนตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยกำลังฟื้นตัวกลับสู่ระดับศักยภาพ จากข้อมูลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยแพร่เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาไทยมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจร้อยละ 2.4 และในปี 67 ร้อยละ 3.2 เป็นผลมาจากแรงส่งจากการบริโภคของภาคเอกชนที่ขยายตัวดีตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ รวมทั้งแรงสนับสนุนจากการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้น และในระยะต่อไปเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวสมดุลมากขึ้น จากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องและภาคการส่งออกสินค้ากลับมาขยายตัว อีกทั้งคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวและเติบโตอย่างรวดเร็วจากร้อยละ 2.5 ในปี 66 เป็นร้อยละ 4.2 ในปี 67 เนื่องจากการดำเนินมาตรการทางการคลังและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และหนี้ภาครัฐบาลสุทธิอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่ภาคการเงินต่างประเทศแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ไทยได้เน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากรัฐบาลเน้นการลงทุนตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่มองเห็นผลได้ชัดจากความสำเร็จเป็นอย่างดีของโครงการ EEC เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ สร้างรายได้เข้าประเทศ เพิ่มการผลิต การจ้างงาน

นายธนกร กล่าวต่อถึงตัวเลขการลงทุนใน EEC ที่เกิดขึ้นในช่วง 9 เดือน ของปี 66 มีการยื่นขอลงทุนจำนวน 552 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 2.3 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศร้อยละ 78 ของโครงการทั้งหมด หรือคิดเป็นร้อยละ 93 ของมูลค่าเงินลงทุนในพื้นที่ EEC ทั้งหมด และล่าสุดคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด กพอ.) ยังเห็นชอบแผนภาพรวมพัฒนาพื้นที่ตั้งเป้า 5 ปี (ตั้งแต่ปี 66-70) ให้เกิดเม็ดเงินลงทุน 5 แสนล้านบาท ผลิตภัณฑ์มวลรวมของพื้นที่ EEC ขยายตัวร้อยละ 6.3 พร้อมอนุญาต EEC Visa โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญในการได้รับ EEC Work permit อัตโนมัติ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยอัตราคงที่ร้อยละ 17 อายุวีซ่าสูงสุด 10 ปี ตนจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญในการลงทุนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง โดยเร่งขยายพัฒนาเศรษฐกิจไปยังภาคอื่น ๆ ของประเทศให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำ ส่งเสริมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมขั้นสูง นวัตกรรม และภาคส่วนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและการขยายโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และการขนส่ง ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทั่วทั้งประเทศ เช่น การส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor: SEC) ซึ่งได้มีการริเริ่มมาบ้างแล้ว ควรดำเนินการต่อไปให้สำเร็จโดยเร็ว รวมทั้งขยายไปยังภูมิภาคอื่นต่อไป

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง