การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน 2569 วาระคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาอภิปรายรวมกว่า 32 ชั่วโมง โดยสมาชิกรัฐสภาทั้ง สส.ฝ่ายค้าน สส.ฝ่ายรัฐบาล และ สว. ผลัดเปลี่ยนกันอภิปรายอย่างต่อเนื่อง ต่อนโยบายที่รัฐบาลแถลงครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจ การต่างประเทศและความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และการบริหารภาครัฐ โดยที่ประชุมได้สะท้อนปัญหาและเสนอแนะแนวทางในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ วิกฤตราคาพลังงาน ปัญหาฝุ่น PM2.5 การจัดการอุทกภัย การพัฒนาทักษะแรงงาน การเพิ่มมูลค่าภาคเกษตร การปราบปรามยาเสพติด การปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย รวมถึงข้อเสนอการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
สำหรับผู้อภิปรายสรุปช่วงท้ายฝ่ายรัฐบาล โดย นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย เห็นว่านโยบายมีความครอบคลุม และสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อต่อประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตร
ด้าน สว. นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน เสนอให้การพัฒนาเกษตรกรรมควรคำนึงถึงความพร้อมของเกษตรกร และไม่เพิ่มภาระหนี้สิน
ขณะที่ ฝ่ายค้านโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน และการชี้แจงของรัฐบาล โดยเห็นว่ายังต้องติดตามประสิทธิภาพการดำเนินนโยบายอย่างใกล้ชิด
ภายหลังการอภิปราย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลรับทราบข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาทุกฝ่าย และจะนำข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปปรับใช้ในการดำเนินนโยบาย พร้อมย้ำว่าประเทศกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว รัฐบาลสามารถใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยคณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมนัดแรกทันทีในวันพรุ่งนี้ (11 เมษายน 2569)
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว / เรียบเรียง