นางมลธิชา ไชยบาล สส.จังหวัดเชียงราย พรรคกล้าธรรม (กธ.) สะท้อนปัญหาไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อย่างเร่งด่วน หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่และดินโคลนถล่มเมื่อปี พ.ศ. 2567 ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชน จนหลายครอบครัวขาดเครื่องมือทำมาหากิน และส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นางมลธิชา ระบุว่า ผลกระทบจากภัยพิบัติดังกล่าว ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าชายแดนของแม่สายซบเซาอย่างหนัก ธุรกิจร้านค้าและการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ เนื่องจากผู้ประกอบการขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่เคยใช้ในช่วงวิกฤต ทั้งพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร และถุงบิ๊กแบ็ค ปัจจุบันอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ขณะที่โครงการก่อสร้างผนังกั้นน้ำถาวรของกรมโยธาธิการและผังเมือง ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ซึ่งตามแผนต้องใช้เวลานานถึง 5-15 ปี ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลอย่างมาก เนื่องจากฤดูฝนกำลังจะมาถึงอีกครั้งในไม่กี่เดือนข้างหน้า
นางมลธิชา เสนอ 3 แนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ 1.ขอให้มีมาตรการรับมือเฉพาะหน้าในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง ซึ่งขณะนี้ฝั่งเมียนมาสร้างกำแพงกั้นน้ำขนาดใหญ่ แต่ไทยยังใช้พนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร รวมถึงกระสอบทรายที่เสื่อมสภาพและโยนภาระให้ท้องถิ่นดูแลซึ่งมีข้อจำกัดด้านระเบียบและงบประมาณเป็นอย่างมาก จึงขอให้รัฐบาลตั้งหน่วยงานหลักเป็นเจ้าภาพจัดสรรงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ให้เพียงพอ เพื่อบูรณาการสร้างพนังกั้นน้ำชั่วคราวกึ่งถาวร ให้มีประสิทธิภาพโดยด่วน 2.การแก้ไขปัญหาแบบถาวร โดยการเร่งรัดโครงการก่อสร้างผนังกั้นน้ำถาวรของกรมโยธาธิการฯ ให้เร็วกว่าแผนเดิม เนื่องจากระยะเวลา 5-15 ปี มองว่านานเกินไป ไม่สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน และ 3.ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยการออกแบบโครงการต้องคำนึงถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ เวนคืนเท่าที่จำเป็น และต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนมากกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม นางมลธิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแม่สายเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และขออย่าปล่อยให้แม่สายกลายเป็นเมืองที่สายเกินแก้
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)