นายสีหศักดิ์ พวงเกดแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภาก่อนจะมีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ถึงการกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 80 (UNGA80) เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งการแสดงท่าทีดังกล่าวมีกระแสชื่นชมจากคนไทยจำนวนมาก ว่าการได้กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นเรื่องดี เพราะเป็นการแสดงท่าทีของประเทศไทย ตนไปทำหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนท่าทีของประเทศมาเลเซีย และประเทศสหรัฐอเมริกาที่เป็นคนกลางในการพูดคุยนั้น แน่นอนว่าทั้ง 2 ประเทศ ต้องการให้ประเทศไทย และประเทศกัมพูชาสามารถพูดคุยกันได้ และได้ชี้แจงท่าที รวมทั้งทำให้นานาชาติเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น เพราะที่ผ่านมากัมพูชานำเสนออยู่ฝ่ายเดียว และพยายามสร้างความได้เปรียบ ซึ่งไทยพยายามมองไปข้างหน้า หาช่องทางในการพูดคุย และสิ่งที่ได้ตกลงกัน ควรนำไปสู่การปฏิบัติ มีความจริงใจ แต่สิ่งที่กัมพูชากล่าวบนเวทีโลก เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม ตนจึงเห็นถึงความจำเป็นที่ไทยจะต้องไปชี้แจง
นายสีหศักดิ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงผลสืบเนื่องหลังเวทีประชุม UNGA ด้วยว่า จากนี้ตนจะพูดคุยปรึกษาหารือกับนายกรัฐมนตรี เพราะส่วนตัวยังมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ และสำหรับคำถามที่ว่าหลังลงจากเวทีกล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม UNGA แล้วได้มีการพูดคุยผู้แทนจากกัมพูชาหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าไม่ได้พูดคุยกัน ซึ่งทางการไทยพร้อมที่จะพูดคุย แต่สิ่งที่ตกลงกันต้องทำตามข้อตกลง ต้องมีความจริงใจ และยืนยันไม่ได้ปิดประตูในการพูดคุย อย่างที่ตนบอกไปแล้วว่า มีทางเลือก 2 ทาง นำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น หรือพูดคุยกันนำไปสู่ความปลอดภัย ความสงบ สันติภาพ ส่วนตนเองในฐานะกระทรวงการต่างประเทศ ต้องการให้มีการพูดคุยในกรอบทวีภาคีอยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นที่จะนำไปสู่เวทีระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม การพูดคุยในเวทีระหว่างประเทศสามารถเกิดขึ้นได้ สามารถนำเสนอข้อเท็จจริงไม่ใช่การพูดอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ สำหรับการเดินหน้าต่อกรณีนี้ในช่วง 4 เดือนจากนี้ ขึ้นอยู่กับท่าทีของฝ่ายกัมพูชาด้วย
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง