นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายนพดล ทิพยชล สส.นนทบุรี พรรรคประชาชน (ปชน.) และในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจกระทิงแดง ที่ขับรถสปอร์ตหรู เฉี่ยวชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555 ว่าตนได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด ตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในปี พ.ศ. 2564 การตรวจสอบในชั้นกรรมาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งพบว่าจากกรณีที่เกิดขึ้นมีกระบวนการช่วยเหลือนายวรยุทธร โดยการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีในประเทศไทย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2560 นายวรยุทธ ได้ออกนอกประเทศ และจนถึงปัจจุบันยังไม่กลับมา
นายธีรัจชัย กล่าวต่อไปว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย หากเป็นประชาชนทั่วไป บางครั้งกระทำความผิดเพียงเล็กน้อย อาจถูกดำเนินคดีและต้องติดคุก แต่หากเป็นผู้มีฐานะกลับมีกลไกต่าง ๆ คอยช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ (22 เมษายน พ.ศ. 2568) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีคำพิพากษาในคดีที่อัยการฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย โดยมีการลงโทษจำเลย 2 ราย ได้แก่ จำเลยที่ 4 และที่ 8 ซึ่งเป็นพนักงานอัยการและอดีตพนักงานอัยการ จุดนี้เป็นข้อยืนยันว่าคดีนี้มีมูล และมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ รวมถึงเหตุการณ์ที่ดาบตำรวจวิเชียร เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องสะเทือนใจต่อข้าราชการตำรวจและประชาชน เพราะจนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สำหรับคดีที่ศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปแล้ว เชื่อว่าในอนาคตอาจมีการอุทธรณ์ต่อไป ซึ่งไม่ว่าจะยืนยันตามศาลชั้นต้นหรือมีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดในคดีนี้คือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ปัจจุบันยังไม่เคยมีการติดตามอย่างจริงจัง แม้ตนตั้งกระทู้ถามรัฐบาลในสมัย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่มีความชัดเจน
นายธีรัจชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2567) ตนมีโอกาสเดินทางไปยังประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย และได้รับข้อมูลว่านายวรยุทธ ได้เดินทางไปประเทศฟิจิหลายครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2563–2564 โดยไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง บนเกาะลอคาล่า ซึ่งเดิมเป็นของกลุ่มกระทิงแดงในต่างประเทศ ตนได้ส่งเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลในการติดตาม ไม่ใช่แค่การทำงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จึงขอเรียกร้องให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นลูกหลานตำรวจ ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ในอดีตตนเคยเสนอให้ใช้ระบบไบโอเมตริกซ์ เช่น การตรวจสอบลายนิ้วมือหรือข้อมูลเดินทางในประเทศต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่กลับได้รับคำตอบเพียงว่ามีการส่งหนังสือไปยังสถานทูตซึ่งไม่ได้เกิดผลอะไร อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า การติดตามตัวบุคคลสำคัญในคดีนี้ต้องใช้ระบบของรัฐที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ควรประสานตำรวจสากล และตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจของกลุ่มกระทิงแดงในต่างประเทศ เพื่อทำให้สามารถทราบได้ว่านายวรยุทธรเดินทางไปที่ใดบ้าง เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว /เรียบเรียง