นายชยพล สท้อนดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แถลงข่าวเปิดเอกสารการตรวจสอบภายในการดำเนินการกิจการสวัสดิการภายในหน่วยขึ้นตรงทหารบก โดยระบุว่า เอกสารนี้มีการกล่าวถึงการดำเนินกิจการของกิจการสวัสดิการภายในกองทัพบก โดยสิ่งที่น่าสนใจคือการกำหนดแนวทางในการรับเงินค่าตอบแทนของกำลังพลที่ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการในกิจกาสวัสดิการทหารบกและหน่วยขึ้นตรงต่างๆ ซึ่งมีเรื่องของเงินรางวัลการจัดสรรผลกำไรประจำปีของกิจการ หรือ โบนัส ในอัตราที่กำหนด สำหรับกำลังพลที่มาปฏิบัติหน้าที่หรือช่วยราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนขอให้ทุกคนติดตาม เพราะในกรรมาธิการงบประมาณ ตนได้ขอระเบียบดังกล่าวกับทางกองทัพไปแล้ว ว่ามีการแจกโบนัสกันในอัตราเท่าไร และใช้ระเบียบอะไรในการกำหนด รวมทั้งเรื่องของกิจการสวัสดิการในเชิงธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในกรอบข้อบังคับนี้ โดยขอให้กองทัพเร่งในการส่งเอกสารมาชี้แจงให้กับกรรมาธิการงบประมาณด้วย
นายชยพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้สื่อมวลชนร่วมกันตรวจสอบภายในของกองทัพบกตั้งแต่ปี 2565 โดยคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตกำลังพลและประสิทธิภาพหน่วยทหาร ทบ. ซึ่งในส่วนนี้ต้องชื่นชมกองทัพบกที่มีการตรวจสอบภายในและมีการรายงานข้อเท็จจริงออกมาอย่างชัดเจน ว่า บางหน่วยพบปัญหาในการดำเนินกิจการ อาทิ ไม่มีการจัดทำประมาณรายรับรายจ่าย มีปัญหาในการควบคุมรายรับรายจ่าย และการไม่จัดทำรายงานการเงินตามหลักการบัญชีสากล โดยคณะกรรมการฯ ได้ขอให้มีการแก้ไขทุกอย่างให้แล้วเสร็จตั้งแต่ภายในเดือนกันยายนปี 2565 แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ มีความเกี่ยวข้องกับข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดปี 2566 ได้ให้ไว้กับกองทัพบก เกี่ยวกับการเปิดเผยรายละเอียดงบประมาณในการบริหารธุรกิจของกองทัพ ซึ่งกองทัพบกได้ชี้แจงว่ามีการดำเนินการด้านการเงิน และการตรวจสอบเป็นไปตามกรอบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ประกาศแล้ว ดังนั้น ตนเห็นว่ากองทัพบกไม่น่ามีปัญหากับการเปิดเผยรายงานบัญชีแล้ว
นอกจากนี้ นายชยพล ยังเปิดจดหมายทวงถามเอกสารข้อเท็จจริง กรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ที่ทางการสหรัฐอเมริกาได้ทวงถามมาทางกองทัพเรือเป็นครั้งที่สอง โดยได้แสดงเอกสารจากคณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐฯประจำประเทศไทย Joint United State Malitary Advisory Group Thailand (จัสแมกไทย) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลให้คำปรึกษาเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ทุกอย่างที่มีการซื้อขายกันระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา ที่ได้แจ้งเตือนมาทางกองทัพเรือไทย ถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการส่งรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับเรือหลวงสุโขทัย โดยพบว่าที่ผ่านมา ทุกครั้งที่กองทัพไทยเลิกหรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการใช้ยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่ซื้อมาจากสหรัฐอเมริกา จะต้องมีการส่งรายงานให้กับจัสแมกไทยทุกครั้ง ตามสนธิสัญญาที่ไทยมีกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งกรณีเรือหลวงสุโขทัยที่อับปางลงจัสแมกไทย ได้มีการทวงถามมาครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ตามเอกสารลงวันที่ 1 ธันวาคม 2023 และกองทัพเรือก็ยังไม่ได้มีการส่งหนังสือชี้แจงกลับไปให้กับจัสแมกไทย ทั้งที่เป็นหน้าที่ตามสัญญา และจนถึงปัจจุบันสิ่งที่สาธารณชนต้องการรับทราบ ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาแม้แต่อย่างเดียว รวมถึง Detail Survey Report ที่ตนได้ถามหาไปเมื่อครั้งการอภิปรายงบประมาณยังไม่ได้รับคำชี้แจง ตนจึงเห็นว่าควรจะมีการเปิดเผยข้อมูลออกมาได้แล้ว หรืออย่างน้อยก็ควรจะให้ช่วงเวลาที่ชัดเจน ว่าจะให้ทุกอย่างเสร็จภายในเมื่อใด
ทั้งนี้ จากเอกสารเตือนที่จัสแมกไทยส่งมา มีการระบุชัดเจน ว่า ผู้ที่จะทำการกู้เรือหลวงสุโขทัยจะต้องผ่านการรับรองโดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก่อน เท่ากับว่ากระบวนการหาคู่สัญญาในการกู้เรือ แม้จะหามาได้แต่หากยังไม่ได้คุยกับทางสหรัฐอเมริกา การกู้เรืออาจจะยังไม่สามารถทำได้ ซึ่งทำให้เกิดคำถามขึ้นว่ากองทัพเรือได้มีการคุยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดเพียงใด อีกทั้งที่สำคัญยังมีการระบุด้วยว่า หากกองทัพเรือไทยไม่ยอมทำตามข้อตกลงนี้ จะมีผลต่อการซื้อขายอาวุธระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาต่อไปในอนาคตทั้งหมด นั่นหมายความว่าถ้ากองทัพเรือทำการกู้เรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาโดยไม่มีการสื่อสารกับทางสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยก็อาจจะมีปัญหาในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในอนาคตได้ และกองทัพก็จะเสียโอกาสในการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยไป กระทบไปถึงเหล่ากองทัพบกและกองทัพอากาศด้วย จึงขอให้กองทัพไทย เร่งชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อสังคมโดยเร็วด้วย
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง