สส.นิกร ตั้งข้อสังเกตมติ กมธ.กฎหมายฯ ดำเนินการตามมาตรา 13 พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ต่อนายกฯ ย้ำต้องยึดข้อเท็จจริง และกฎหมาย

ทัดดาว ทองอิ่ม

8 พ.ย. 2569 12:52 น.10 ครั้ง
แชร์LINE
สส.นิกร ตั้งข้อสังเกตมติ กมธ.กฎหมายฯ ดำเนินการตามมาตรา 13 พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ต่อนายกฯ ย้ำต้องยึดข้อเท็จจริง และกฎหมาย

8 พ.ย. 69 - สส.นิกร พรรคภูมิใจไทย ตั้งข้อสังเกตมติ กมธ.กฎหมายฯ ให้ดำเนินการตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ต่อนายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.มหาดไทย กรณีอธิบดีกรมการปกครองไม่เข้าชี้แจง ย้ำการใช้อำนาจต้องมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรองรับ พร้อมคำนึงถึงความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรม และมาตรฐานทางจริยธรรม

นายนิกร จำนง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2568 กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 7 ต่อ 0 เสียง ให้ดำเนินการตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ต่อนายกรัฐมนตรี ตามที่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้สั่งการให้อธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจมีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายและอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 นั้น

นายนิกร ระบุว่า เรื่องนี้มีประเด็นสำคัญ คือ ข้อเท็จจริงปรากฏว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ประสานอธิบดีกรมการปกครองเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ แล้ว แต่อธิบดีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากติดภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และได้มีหนังสือชี้แจงเหตุจำเป็นดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีข้อสงสัยว่าการไม่เข้าร่วมประชุมของอธิบดีเป็นเหตุจำเป็นที่สมควร หรือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำเรียกของคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งการนำเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมมาเป็นข้อสรุปว่าผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งการ อาจเป็นการตีความเกินขอบเขตและไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอรองรับ

นายนิกร กล่าวว่า การลงมติของกรรมาธิการฯ อาจมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 โดยเฉพาะข้อ 9 ที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเคร่งครัด ข้อ 11 ที่กำหนดให้ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม ปราศจากอคติ ข้อ 12 ที่กำหนดให้เคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่ใช้วาจาหรือการกระทำในลักษณะดูหมิ่น ใส่ร้าย หรือหมิ่นประมาท รวมถึงมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.อำนาจเรียก ซึ่งกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตของกรรมาธิการ จะต้องรับผิดทางจริยธรรม

นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบรัฐบาล และสนับสนุนอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ในการเรียกบุคคล หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ มาชี้แจงตามกฎหมายอย่างเต็มที่ แต่เห็นว่าการใช้อำนาจดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรองรับ และต้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรม เพราะหากกรรมาธิการฯ ใช้อำนาจไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขของกฎหมาย ผู้ที่ร่วมลงมติอาจต้องรับผิดตามกฎหมายและมาตรฐานทางจริยธรรมเช่นกัน ขอย้ำว่าหลักสำคัญของการปกครองในระบอบนิติรัฐคือ ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง