นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงมาตรการคุ้มครองลูกจ้างภาคเอกชนที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้เนื่องจากอุทกภัย โดยขอให้กำหนดหลักเกณฑ์การหยุดงานโดยไม่ถือเป็นการขาดงานหรือถูกลงโทษทางวินัย และจัดทำมาตรฐานสิทธิแรงงานในภาวะภัยพิบัติให้ชัดเจน ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันว่าต้องคุ้มครองสิทธิลูกจ้างตามกฎหมาย พร้อมเตรียมจัดทำเอกสารสรุปสิทธิแรงงานเพื่อประชาสัมพันธ์ทั่วถึง
นายมังกรกล่าวว่า อุทกภัยในหลายพื้นที่ส่งผลให้ลูกจ้างจำนวนมากไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ เนื่องจากบ้านพักถูกน้ำท่วมหรือเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด แม้รัฐบาลจะกำหนดให้วันที่ 28-29 กันยายนเป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ แต่จังหวัดอื่นก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ขณะที่ลูกจ้างบางส่วนกังวลว่าจะถูกหักค่าจ้าง และมีกรณีนายจ้างให้เขียนใบลาออกเพราะไม่สามารถมาทำงานได้ จึงขอให้รัฐบาลกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยตั้งคำถาม 2 ประเด็น ได้แก่ หลักเกณฑ์การหยุดงานของลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติโดยไม่ถือเป็นการขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่ รวมถึงแนวทางคุ้มครองผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อาจเข้าเงื่อนไขว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย และการจัดทำมาตรฐานสิทธิขั้นต่ำเพื่อป้องกันการลงโทษทางวินัยหรือเลิกจ้างจากเหตุภัยพิบัติ
ด้านนายจุลพันธ์ชี้แจงว่า กระทรวงแรงงานดำเนินมาตรการช่วยเหลือทั้งการให้ข้อมูลสิทธิแก่ผู้ประกันตน นายจ้าง และลูกจ้าง ตลอดจนส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยใช้กลไกแรงงานสัมพันธ์ส่งเสริมการเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หากไม่สามารถตกลงกันได้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพร้อมเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งนี้ ภัยพิบัติไม่ควรถูกนำมาเป็นเหตุลงโทษ ตัดรายได้ หรือเลิกจ้างโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย สำหรับแนวทางช่วยเหลือ นายจ้างอาจผ่อนผันเวลาเข้าทำงาน อนุญาตให้หยุดงานเป็นกรณีพิเศษ หรือให้ทำงานจากที่พักอาศัย (Work from Home) ตามลักษณะงานและความพร้อมของสถานประกอบกิจการ โดยลูกจ้างที่ทำงานตามข้อตกลงย่อมได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไขการจ้างและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ลูกจ้างอาจใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือหารือแนวทางช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษได้ หากถูกละเมิดสิทธิ สามารถร้องเรียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและช่วยเหลือ
สำหรับการหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ต้องเป็นกรณีมีเหตุสำคัญกระทบต่อการประกอบกิจการจนไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ และมิใช่เหตุสุดวิสัย โดยนายจ้างต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้ให้ทำงาน พร้อมแจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
นายจุลพันธ์ยังยกตัวอย่างการประสานกรุงเทพมหานครเพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ลาดกระบัง ช่วยให้ประชาชนในเคหะร่มเกล้าสามารถเดินทางไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมได้ ขณะที่บางพื้นที่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา สถานประกอบกิจการได้รับผลกระทบจนไม่สามารถดำเนินงานได้ จึงต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามกฎหมาย สำหรับข้อเสนอให้จัดทำมาตรฐานสิทธิแรงงานในภาวะภัยพิบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรับไปดำเนินการ โดยเตรียมจัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์รูปแบบหน้าเดียว สรุปสิทธิและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกันตน ลูกจ้าง และนายจ้าง เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางภาครัฐและเอกชนให้ทั่วถึงต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
