พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่แสดงเจตจำนงผ่านการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่าแม้พรรคแกนนำรัฐบาล พรรคการเมืองอื่น และภาคประชาชนซึ่งรวบรวมรายชื่อกว่า 200,000 รายชื่อ จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรา 256 แล้ว แต่กระบวนการพิจารณายังล่าช้ากว่ากรอบเวลาที่ผู้แทนฝ่ายรัฐบาลเคยประเมินไว้ จากเดิมมีการประเมินว่าจะเริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใน เดือนมิถุนายน 2569 ผ่านความเห็นชอบในวาระที่สามภายในเดือนตุลาคม และจัดการออกเสียงประชามติครั้งที่สองใน เดือนมกราคม 2570 แต่การประชุมร่วมรัฐสภาที่เคยกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 ถูกเลื่อนออกไป และรัฐสภายังไม่ได้ลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าความล่าช้าแต่ละช่วงอาจส่งผลให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเลื่อนออกไปด้วย
พลตำรวจโท วันไชย จึงขอความชัดเจนจากรัฐบาล ว่าจะผลักดันให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอไว้เมื่อใด รวมถึงมีปฏิทินการดำเนินงานตั้งแต่การพิจารณาวาระที่หนึ่ง จนถึงการออกเสียงประชามติแล้วหรือไม่ หากมีควรเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าได้ นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลชี้แจงว่าจะเปิดกว้างให้ปรับปรุงประเด็นที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในชั้นกรรมาธิการหรือไม่ เนื่องจากยังมีความเห็นแตกต่างกันทั้งแนวทางให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกและการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
พลตำรวจโท วันไชย ย้ำว่าการเร่งรัดกระบวนการไม่ได้หมายถึงการรวบรัด แต่เป็นการดำเนินการตามกติกาภายใต้กรอบเวลาที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่แสดงไว้ในการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
