นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงข่าวกระตุ้นและเรียกร้องต่อกรณีวิกฤตสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชของประเทศไทย ว่า จากกรณีภาพข่าวการใช้กรงเหล็กติดตั้งครอบเตียงขังผู้สูงอายุและผู้ป่วยจิตเวชใน จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง ตลอดจนข้อร้องเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์พักพิงย่านติวานนท์ที่มีลักษณะกักขังหน่วงเหนี่ยว และมีพฤติกรรมรีบถอดตู้แดงออกเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ สะท้อนให้เห็นว่ายังมีสถานดูแลที่เปิดดำเนินงานโดยไร้มาตรฐานและละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกเป็นจำนวนมากเปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็ง
นางสาวภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ระบบกำกับดูแลในปัจจุบันมีช่องว่างขนาดใหญ่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักทำงานในลักษณะตั้งรับ รอให้เกิดเหตุหรือมีการนำเสนอเป็นข่าวก่อนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ดังนั้น ในฐานะ สว. จึงขอเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ต่อรัฐบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่
1. ใช้มาตรการเชิงรุกสุ่มตรวจ จัดทีมสุ่มตรวจบ้านพักคนชราและสถานดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ให้ตั้งตัว หากพบสถานที่ปิดมิดชิดหรือมีพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายเข้าตรวจสอบทันที
2. ลงโทษขั้นเด็ดขาด หากตรวจพบการใช้กรงเหล็ก ตะแกรง หรือการกักขังขัดหลักวิชาการ ให้เพิกถอนใบอนุญาตทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมดำเนินคดีอาญาข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทารุณกรรมกับผู้บริหารทุกคน
3. จัดทำระบบข้อมูลเปิด (Open Data) เร่งทำระบบออนไลน์ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะใบอนุญาต ประวัติการถูกร้องเรียน และระดับมาตรฐานของศูนย์ดูแลได้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกสถานที่อย่างปลอดภัย
และ 4. จัดตั้งสายด่วนคุ้มครองผู้สูงอายุ เปิดช่องทางให้ผู้สูงอายุและประชาชนแจ้งเบาะแสได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้กลายเป็นข่าวใหญ่
นอกจากนี้ นางสาวภิญญาพัชญ์ ยังขอให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่เจ้าของศูนย์บางแห่งอ้างว่าเคยได้รับการตรวจและรับรองอนุญาตทั้งที่พบกรงและโซ่ เพื่อหาผู้รับผิดชอบ พร้อมขอให้สุ่มสอบถามข้อมูลจากผู้ใช้บริการจริงด้วย รวมถึงฝากถึงประชาชนให้พิจารณาเลือกสถานที่ดูแลผู้สูงอายุโดยมองลึกลงไปถึงการปฏิบัติข้างใน ไม่ใช่ดูเพียงความสวยงามภายนอกหรือคำโฆษณา และฝากถึงผู้ประกอบการศูนย์ดูแลทั่วประเทศว่า ผู้สูงอายุไม่ใช่ผู้รับบริการหรือรายได้ค่าหัว แต่คือพ่อแม่และคนในครอบครัวที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงควรดูแลด้วยมาตรฐานเดียวกับคนในครอบครัวตนเอง ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสถานดูแลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ขออย่างนิ่งเฉย และช่วยกันแจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานรัฐหรือคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
