นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องการจัดการน้ำท่วมและแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้นายอนุทิน ได้มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
นายวีระยุทธ กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ องค์การมหาชน (GISTDA) พบพื้นที่น้ำท่วม 45 จังหวัด รวมประมาณ 5 ล้านไร่ และประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 1 ล้านครัวเรือน ขณะที่ลุ่มน้ำบางปะกงมีระดับน้ำสูงถึง 4.93 เมตร และมีพื้นที่น้ำท่วมประมาณ 1.6 ล้านไร่ โดย สทนช. ประเมินว่าอาจใช้เวลาถึง 38 วันในการระบายน้ำ หากไม่มีฝนตกเพิ่ม
นายวีระยุทธ เสนอให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายการรับมือและฟื้นฟูที่ชัดเจน ทั้งการบริหารศูนย์พักพิง การผันน้ำข้ามจังหวัด และการแจ้งเตือนประชาชน พร้อมเร่งระบายน้ำให้เร็วกว่ากรอบที่ประเมินไว้ รวมถึงแก้ไขปัญหาสารพิษปนเปื้อนในจังหวัดปราจีนบุรี นอกจากนี้ ยังขอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การประกันภัยพิบัติ และหลักเกณฑ์การเยียวยาเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ และชาวนา
ด้านนายเจเศรษฐ์ ชี้แจงว่า การทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ การเตรียมพร้อมก่อนเกิดเหตุ การเผชิญเหตุ และการฟื้นฟู โดยขณะนี้หลายพื้นที่ได้ผ่านขั้นตอนการอพยพแล้ว และอยู่ระหว่างการรับ-ส่ง ประชาชน รวมถึงการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง สทนช. ได้กำหนดจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องดันน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในภาพรวม โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง และตั้งเป้าให้ระดับน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติประมาณวันที่ 13 ถึง 15 พฤศจิกายน 2569 หากไม่มีฝนตกเพิ่ม พร้อมยืนยันว่าจะระดมเครื่องจักรและใช้หลักวิชาการร่วมกับการปฏิบัติจริง เพื่อเร่งการระบายน้ำให้เร็วกว่ากรอบเวลาที่ประเมินไว้ ส่วนการแจ้งเตือนภัย นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า รัฐบาลดำเนินการผ่านหลายช่องทาง ทั้งหนังสือราชการ แอปพลิเคชัน ข้อความ SMS ศูนย์แจ้งเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และระบบ Extreme Alert เพื่อให้ข้อมูลไปถึงหน่วยงานและประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายเจเศรษฐ์ กล่าวด้วยว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยมีการจ่ายเงินก้อนแรก 10,000 บาท และค่าซ่อมแซมบ้านเพิ่มเติมไม่เกิน 90,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระและขั้นตอนของประชาชน ส่วนการเยียวยาภาคเกษตรและปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลความเสียหาย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับเพิ่มวงเงินเยียวยาให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ปภ. จะสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่ทุกจังหวัดอย่างทั่วถึง เพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
