นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคดีฟอเร็กซ์ของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังมีกระแสข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมขอศาลออกหมายจับว่า หากมีหนังสือส่งมายังสภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 บัญญัติว่า ในระหว่างสมัยประชุมห้ามจับ คุมขัง หรือหมายเรียก สส. หรือ สว. ไปสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทำความผิด
นายโสภณ กล่าวว่าหากสภาอนุญาต เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่หากสภาไม่อนุญาต สมาชิกจะได้รับความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่สมาชิกไม่ประสงค์จะใช้ความคุ้มกัน สามารถแสดงเจตจำนงต่อสภาได้ แต่ตามกระบวนการปกติ ที่ประชุมสภาจะต้องพิจารณาและลงมติ โดยในอดีตเคยมีสมาชิกแสดงเจตจำนงไม่ขอใช้ความคุ้มกันมาแล้ว
นายโสภณ ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน กรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และมีข้อกังวลว่าหากเนื้อหาของญัตติเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการเลือก สว. ประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจไม่รับญัตติด้วยว่า ขอยืนยันว่าจะไม่ตีตกหรือปิดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิทธิในการตรวจสอบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ตรวจสอบว่ ญัตติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมหรือไม่ หากดำเนินการถูกต้องก็สามารถบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้ โดยการกำหนดประเด็นตรวจสอบรัฐบาลเป็นดุลพินิจของฝ่ายค้าน ส่วนประธานต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
