11 ก.ย. 69 - ปธ.กมธ.ศึกษางบฯ วุฒิสภา แถลงผลการศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ชี้ไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านรายได้และภาระหนี้ แนะรัฐบาลขยายฐานภาษี ควบคุมรายจ่าย ลดการกู้ และเร่งใช้งบลงทุนให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจและประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

image

     นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แถลงผลการศึกษาพร้อมข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาร่างกฎหมายภายหลังผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ กำหนดวงเงินรายจ่ายรวม 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 2.786 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุนกว่า 788,000 ล้านบาท รายจ่ายชดใช้เงินคงคลังกว่า 71,000 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้กว่า 151,000 ล้านบาท ด้านรายรับ รัฐบาลคาดว่าจะมีรายได้สุทธิประมาณ 3 ล้านล้านบาท จึงต้องจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลและกู้เงินชดเชย 788,000 ล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ เดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 12.68 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 66.38 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ คณะกรรมาธิการจึงเสนอให้รัฐบาลเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ เพื่อลดการกู้และควบคุมระดับหนี้ให้สอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลัง

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อไปว่าการปรับงบประมาณในชั้นสภาผู้แทนราษฎร มีการปรับลดจากหน่วยรับงบประมาณกว่า 11,162 ล้านบาท และนำไปจัดสรรใหม่ในวงเงินเท่ากัน โดยคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าการปรับลดบางส่วนส่งผลให้งบลงทุนลดลง ขณะที่รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้น จึงควรทบทวนโครงสร้างรายจ่ายให้เอื้อต่อการลงทุนและการพัฒนาประเทศในระยะยาว ด้านเศรษฐกิจคณะกรรมาธิการเห็นว่า รัฐบาลควรเร่งส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก และอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้รองรับเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนแปลงของการค้าโลก ควบคู่กับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนการเตรียมรับมือความผันผวนของราคาพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านรายได้ เสนอให้ปรับปรุงและขยายฐานภาษี รวมถึงพิจารณาแหล่งรายได้ใหม่ เช่น ภาษีสิ่งแวดล้อมและภาษีเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ส่วนด้านรายจ่าย ควรกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดให้ชัดเจน โดยเฉพาะงบลงทุนและงบด้านสังคม เพื่อให้สามารถประเมินผลที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้ ไม่พิจารณาเฉพาะอัตราการเบิกจ่าย

     นายวุฒิชาติขอให้ประธานวุฒิสภา ส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวของคณะกรรมาธิการไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือผู้แทนรัฐบาล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการดำเนินงานต่อไป

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ